องไปซื้อของพอดี เขาจึงขอให้อีกฝ่ายนำกลับมาด้วยเสียเลย ตนจะได้ไม่ต้องวิ่งวุ่นอีกรอบ
เมื่ออาอู่กลับมาก็เป็นยามเซินแล้ว ปกติหูเฟิงมีนิสัยชอบนอนกลางวัน แต่วันนี้กลับตื่นอยู่ตลอด ไม่รู้กำลังนั่งคิดอะไรอยู่กลางห้อง ทันทีที่ได้ยินเสียงม้าร้อง เขาก็หยัดกายลุกขึ้น เดินออกไปนอกห้องทันที
มือซ้ายของอาอู่ถือกระบี่สองเล่ม ส่วนมือขวาถือข้าวของห่อใหญ่ พอเห็นว่าหูเฟิงกำลังยืนมองเขาอยู่ เขาก็ฉีกยิ้มกว้างทันที “กลัวว่าข้าจะลืมกระบี่ของเจ้าใช่หรือไม่ วางใจเถอะ ข้าไม่ลืมหรอก นำกลับมาด้วยทั้งหมดแล้ว”
หูเฟิงไม่ได้พูดอะไร ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของอาอู่ มองรอยแผลบนนั้น ในใจรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีเข็มมาทิ่มแทง
อาอู่เดินเข้าไปในเรือน เขาวางของในมือลง ก่อนจะพูดด้วยความเบิกบานใจ “เหตุใดเจ้าตีกระบี่สองเล่มในคราวเดียวเล่า หรือว่าเจ้าถนัดใช้กระบี่คู่ แต่ก็ไม่น่าจะใช่ กระบี่นี้ยาวเกินกว่าจะเป็นกระบี่คู่ เพราะกระบี่เช่นนั้นควรจะเหมาะมือมากกว่านี้ถึงจะถูก”
หูเฟิงกลับหลังหัน กล่าวกับอาอู่ “เจ้าตามข้ามา ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า”
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปในห้องแล้ว อาอู่ตะลึงลาน เหตุใดสีหน้าของหูเฟิงถึงดูแปลกๆ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ
ครั้นวางของลงเรียบร้อยแล้ว อาอู่ก็ตามหูเฟิงเข้าไปในห้อง พร้อมทั้งปิดประตูด้วย
หูเฟิงเดินไปที่ข้างหน้าต่าง ก่อนจะหมุนกายมาเผชิญหน้ากับอาอู่ แสงอาทิตย์สาดส่องอยู่เบื้องหลังชายหนุ่ม ทำให้อีกฝ่า