นจ้าวหลาน คราวนี้ถึงตาเจ้ารองแล้ว
เขาพูดกับหญิงชราว่า “ในเมื่อเจ้ารองกับฟู่กุ้ยต้องการร่วมกองทัพ เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องเป็นคนลงนามบนหนังสือฉบับนี้”
ในหัวของหลิวซื่อมีแต่เรื่องเงิน ใครจะเป็นคนลงนามจึงไม่มีความแตกต่างกันสำหรับนาง “ได้ๆๆ เช่นนั้นก็ให้พวกเขาลงนาม ส่วนเงินก็มอบให้ข้า”
หลิวซื่อยื่นมือไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน ขณะหัวหน้าหมู่บ้านกำลังคิดว่าควรมอบเงินให้นางตอนนี้ดีหรือไม่ เจ้ารองก็กินโจ๊กคำสุดท้ายหมดแล้ว
เขาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ไม้ไผ่ กล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านว่า “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้ากับฟู่กุ้ยจะไม่เข้าร่วมกองทัพ และจะไม่ลงนามอะไรทั้งสิ้น ใครอยากเข้าร่วมก็ให้ผู้นั้นลงนาม อีกอย่าง ข้าคิดจะแยกบ้านจากบ้านใหญ่ รบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยข้าจัดการสักหน่อยเถอะ”
หัวหน้าหมู่บ้านชะงักงัน ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาตกลงกันเรียบร้อยแล้วรึ
เขาพูดกับหลิวซื่อและหญิงชราในทันที “นี่มันอะไรกัน แท้จริงแล้วพวกเจ้าสกุลไป๋มีใครเข้าร่วมกองทัพหรือไม่”
หลิวซื่อรีบยื่นมือไปดันแขนของแม่สามี “ท่านแม่ ท่านรีบพูดเร็ว”
หญิงชรามองเจ้ารอง แววตาของนางเย็นเยียบยิ่งนัก “ตอนนี้ยังไม่ได้แยกบ้านกัน ข้ายังคงเป็นเจ้าของบ้าน ในเมื่อข้าเป็นเจ้าของบ้าน กิจธุระภายในบ้าน ก็ต้องเป็นข้าที่ตัดสินใจ ข้าบอกให้พวกเจ้าไป พวกเจ้าก็ต้องไป”
เจ้ารองหัวเราะเสียงเย็น “อย่างนั้นหรือ เก่งจริงก็พวกท่านก็มัดข้าไปสิ”
หญิงชรารู้สึกร้อนใจ หัวหน้