งการเงินก็ไปเองสิ พวกข้าไม่ได้ต้องการเงินเสียหน่อย ท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาพรุ่งนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้าต้องการแยกบ้าน” เมื่อเขากล่าวจบ เขาก็เรียกให้จางซื่อกลับเรือน ทิ้งสามีภรรยาบ้านใหญ่และหญิงชราไว้
หลิวซื่อเข้าไปใกล้หญิงชรา ดึงแขนเสื้อของนางไว้ “ท่านแม่ เรื่องจะจบลงเช่นนี้ไม่ได้ วันนี้เกี่ยวข้าวสาลีไปเพียงสองหมู่เท่านั้น เงินที่แลกมาได้ยังไม่พอจ่ายค่าเรียนของเสี่ยวเฟิงเลย หากนำเงินยี่สิบตำลึงมาไม่ได้ ก็ต้องนำเงินในหีบของท่านออกมาจ่ายค่าเรียนของเสี่ยวเฟิงแล้ว”
ครั้นหญิงชราได้ยินสะใภ้ใหญ่พูดถึงเงินในหีบ นางก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาโดยพลัน “ไม่ได้ เงินในหีบหมดไปตั้งนานแล้ว ไหนเลยจะมีเงินอยู่ ไม่มีแม้สักแดงเดียว”
หลิวซื่อรีบตีเหล็กตอนที่ยังร้อน “ดังนั้นก็ปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ ต้องให้เจ้ารองและฟู่กุ้ยไปร่วมกองทัพ เท่านี้พวกเราก็ได้เงินยี่สิบตำลึงเงินแล้วไม่ใช่หรือ อีกทั้งมีเงินจ่ายค่าเรียนของเสี่ยวเฟิงเหลือเฟือ”
หญิงชราไม่ใช่คนโง่ ย่อมรู้เจตนาและการวางแผนของหลิวซื่อดี ทว่าเมื่อครู่นางก็เห็นท่าทีของเจ้ารองแล้ว อย่างไรเสียก็เป็นบุตรชายของตน นางไม่อยากบีบบังคับเขามากจนเกินไป
หลิวซื่อเห็นนางลังเล จึงรีบเติมเชื้อไฟ “ท่านแม่ ท่านก็เห็นแล้วนี่เจ้าคะ ตอนนี้เจ้ารองเอ่ยปากขอแยกบ้านเอง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้ จะต้องเป็นจางซูเหมยที่คอยยุแหย่อยู่เบื้องหลังแน่ หากมีเจ้ารองอยู่ พวกเราคงจัดการนางไม่ได