้ง่ายๆ แต่หากเจ้ารองและฟู่กุ้ยไปร่วมกองทัพ อย่างน้อยสองสามเดือน อย่างมากก็หนึ่งปีที่กลับมาไม่ได้ เช่นนั้นแล้วพวกเรายังต้องกังวลว่าจะจัดการนางไม่ได้อีกหรือเจ้าคะ ถึงตอนนั้นแล้ว ท่านก็ตั้งกฎใหม่ ให้นางรู้กันไปเลยว่าใครเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้”
นางชำเลืองมองเจ้าใหญ่ ทั้งยังขยิบตาให้เขาด้วย
เจ้าใหญ่รู้กัน รีบพูดต่ออีกว่า “ใช่ๆ ท่านแม่ จางซื่อผู้นี้นับวันยิ่งทำเกินไป งานในบ้านก็ไม่ยอมทำ เอาแต่หวังพึ่งพิงคนอื่น ช่างเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ”
หญิงชรามองประตูห้องของเจ้ารองและจางซื่อที่ปิดสนิท ในใจเกิดความคิดมากมาย จึงยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาในทันที เพียงบอกปัดไปว่าเหนื่อยล้า จะกลับห้องไปพักผ่อนก่อน มีเรื่องอะไรค่อยว่ากันพรุ่งนี้
เจ้าใหญ่เห็นผู้เป็นมารดาไม่ยอมตัดสินใจ เขาเองแม้จะไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ได้แต่มองท่านแม่ปิดประตูห้องไปต่อหน้าต่อตา หลังจากนั้นตนเองก็กลับห้องไปเช่นกัน
หลังจากถ่มน้ำลายที่หน้าห้องของหญิงชราแล้ว หลิวซื่อก็ตามหลังเจ้าใหญ่ไป ครั้นเดินมาถึงหน้าห้องของบ้านรอง นางก็ถ่มน้ำลายอีกครั้งหนึ่ง ปากเอาแต่ก่นด่าเสียงเบาไม่ยอมหยุด
เช้าวันต่อมา หัวหน้าหมู่บ้านมาที่สกุลไป๋ตั้งแต่เช้า มือซ้ายถือเงินยี่สิบตำลึง มือขวาถือหนังสือเข้าร่วมกองทัพ
เจ้าใหญ่กำลังถือชามโจ๊ก นั่งกินอยู่ในลานบ้าน วันนี้โจ๊กข้นทีเดียว เจ้ารองที่อยู่ข้างๆ ก็กำลังกินโจ๊กเช่นกัน แต่โจ๊กของเจากลับใสกว่าของเจ้าใหญ่มากอย่างเห