งหลินปัดฝุ่นบนมือทิ้งไป ถามว่า “เรื่องอะไรรึ ท่านถึงได้ต้องลำบากมาที่นี่ด้วยตนเองเช่นนี้”
หัวหน้าหมู่บ้านเดินไปถึงข้างกายของอีกฝ่าย แล้วตบไหล่เขาเบาๆ กล่าวเสียงเบาว่า “จ่างหลินเอ๋ย เจ้าก็น่าจะได้ยินแล้วกระมัง ทางชายแดนเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกแล้ว ราชสำนักส่งกองทัพใหญ่ไปรับมือ ทว่าน้ำที่อยู่ไกลย่อมดับไฟไม่ได้ กว่ากองทัพใหญ่จะไปถึงก็อีกนานทีเดียว ราชสำนักจึงออกราชโองการ ให้อำเภอในปกครองของจังหวัดชิงโจวของพวกเรารวบรวมกำลังพลสามพันนายไปร่วมรบ เมืองชิงหยวนของพวกเราก็ต้องไปมากถึงแปดร้อยคน ทุกหมู่บ้านล้วนมีจำนวนคนที่แน่นอน หมู่บ้านเรามีสามสิบคน บุรุษที่แข็งแรงอายุสิบหกถึงสี่สิบปี ขอเพียงยินยอมเข้าร่วมกองทัพ ก็จะได้รับบำเหน็จยี่สิบตำลึงเงินจากราชสำนัก จ่างหลินเอ๋ย ข้ารู้ว่าพวกเจ้าสกุลหูมีเงิน แต่คนในหมู่บ้านของเราที่เข้าร่วมได้ก็เข้าร่วมไปแล้ว ขาดอีกเพียงสามคนเท่านั้น หูเฟิงเองก็เป็นวรยุทธ์ ถึงเขาจะไปรบ ก็จะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน เจ้าว่าจะพูดให้หูเฟิงสมัครเป็นทหารได้หรือไม่”
สีหน้าของหูจ่างหลินเปลี่ยนไปแล้ว เขาลำบากใจอย่างยิ่ง เพราะเขาเห็นหูเฟิงเป็นบุตรชายแท้ๆ ของตน พ่อแม่คนใดจะปล่อยให้บุตรชายร่วมกองทัพไปสนามรบได้กัน คนที่ไปแล้วไม่ได้กลับมาก็มีตั้งมากมาย เขาจะตัดใจลงได้อย่างไร
ครั้นเห็นหูจ่างหลินลำบากใจ หัวหน้าหมู่บ้านก็รีบพูดว่า “เรื่องนี้เกี่ยวกับความสมัครใจ ไม่อาจขอร้องกันได้โดยสิ้นเช