็บไม่ได้ จึงช่วยเขาเชื่อมข้อต่อก่อน และดามขาให้เขาอย่างง่ายๆ ตอนที่ข้าจะแบกตงจื่อออกจากป่า เจ้าใหญ่เจี่ยและภรรยาก็พาคนในหมู่บ้านมาหลายคน พวกเขากล่าวหาข้าว่าทำร้ายตงจื่อ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถามเรื่องราวให้ชัดเจนด้วยซ้ำ ตงจื่อเองก็บอกแล้วว่าเขาตกลงมาเอง แต่พวกเขากลับไม่เชื่อ จะให้ข้ารับผิดชอบเรื่องนี้ให้ได้”
หัวหน้าหมู่บ้านคิดในใจ ‘เจ้าใหญ่เจี่ยจะไม่พูดปดได้อย่างไร เขาขึ้นชื่อว่าเป็นคนขี้เกียจ ทั้งยังเป็นอันธพาลในหมู่บ้านนี้อยู่แล้ว’
เจ้าใหญ่เจี่ยชี้หน้าต่อว่าไป๋จื่อ “เจ้าพูดมั่วให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ ตงจื่อของข้าบอกเมื่อไรว่าไม่ใช่ฝีมือเจ้า เขาบอกชัดๆ ว่าเจ้าเป็นคนทำร้ายเขา เจ้ายังกล้าเถียงข้างๆ คูๆ อยู่อีกหรือนี่”
หูเฟิงยื่นมือไปปัดนิ้วของเจ้าใหญ่เจี่ยที่ชี้หน้าไป๋จื่อออก เขากล่าวเสียงขรึมว่า “พูดจาดีๆ ขืนยังกล้ายื่นมือออกมาอีก ข้าจะทำให้เจ้าพิการเสีย”
ชายหนุ่มปัดมือของเจ้าใหญ่เจี่ยออกด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าฝ่ายเจ้าใหญ่เจี่ยกลับรู้สึกชาที่มือ แม้กระทั่งเจ็บจนไม่อาจทนไหว
เขาถลึงตามองหูเฟิง อยากจะพูดจาต่อว่าสักสองคำ แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงแววตาเย็นชาของชายหนุ่มแล้ว ก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นกลับลงคอไป
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ฟังจากที่พวกเจ้าพูดแล้ว ข้าเองก็เริ่มรู้สึกสับสนแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใครเอาเปรียบใครกันแน่ สู้ให้พยานของพวกเจ้าออกมาพูดเสียดีกว่า ทุกคนเผชิญหน้ากันซึ่งๆ หน้า ข้าว่าเรื่องราวน