ม่ตงจื่อได้ยินเช่นนั้นก็พลันร้อนใจ “ตงจื่อจะพิการไม่ได้ ต่อไปข้าหวังให้เขาเลี้ยงดูจนแก่เฒ่า รีบแบกเขากลับไปรักษาก่อนค่อยว่ากัน เด็กสาวผู้นี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน จะยังหนีไปไหนได้อีก พวกเรากลับไปแล้วค่อยคิดบัญชีกับนางก็ได้”
เจ้าใหญ่เจี่ยก็ไม่อยากให้บุตรชายกลายเป็นคนพิการ จึงยอมรับฟังคำแนะนำของทุกคน แบกบุตรชายขึ้นหลัง เร่งฝีเท้าออกจากผืนป่าไป
ตงจื่อเพิ่งอายุแปดปี ยังนับว่าเป็นเด็ก เขาไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง ว่าเหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่ถึงไม่เชื่อคำพูดของเขา เหตุใดถึงยืนกรานว่าพี่สาวสกุลไป๋เป็นคนผลักเขาตกลงมาจากบนต้นไม้กัน
พี่สาวสกุลไป๋ช่วยเขาไว้แท้ๆ แล้วเหตุใดพวกเขาถึงไม่เชื่อ
ไป๋จื่อวนเวียนอยู่ใต้ต้นซานจารอบหนึ่ง แต่ตรงที่กระบอกไม้ไผ่จะยืดไปถึงได้ กลับไม่มีผลซานจาแม้สักลูก แม้สักลูกเดียวก็ไม่มี
กิ่งไม้และใบไม้แผ่ขยายอยู่จนเต็มต้น มีบางกิ่งก้านที่หักไปแล้วด้วยซ้ำ ดูท่าทางนางจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง เด็กซนในหมู่บ้านพวกนั้น วันๆ ไม่มีขนมอะไรให้พวกเขากินได้ เมื่อผลซานจาสุกแล้ว พวกเขาย่อมไม่ปล่อยไว้แน่
นางกลับไปยังใต้ต้นไม้ที่ตงจื่อตกลงมาจนบาดเจ็บเมื่อครู่ นี่เป็นต้นซานจาเดียวที่สูงที่สุด บนยอดยังเหลือผลซานจาที่ไม่ยังไม่มีใครเก็บไปจำนวนหนึ่ง ทว่ากระบอกไม้ไผ่ไม่มีทางยืดไปถึงบริเวณที่สูงขนาดนั้นได้ ผลซานจาที่อยู่ตรงนั้นลูกใหญ่เป็นพิเศษ แค่มองก็ทำให้น้ำลายไหลแล้ว มิน่าเล่าตงจื่อถึงได้กล้าเสี่ยงปีนต้นไม้