ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เด็กคนนั้นก็วิ่งหายไปไม่เห็นเงาแล้ว เด็กชายคนที่วิ่งนำหน้าไปก่อนนั้นนางไม่เคยเห็นมาก่อน ทว่านางรู้จักคนที่อยู่ด้านหลัง นั่นคือลูกชายคนเล็กของบ้านหวังต้าหนิว ครั้งก่อนหวังต้าหนิวพาเด็กชายคนนี้มาซื้อข้าวจากนาง เขาซุกซนทีเดียว อีกทั่งตะกละตะกลามนัก ตอนนั้นบนโต๊ะในบ้านวางหมั่นโถวที่กินเหลือจากมื้อเช้าอยู่สองสามลูก เขาเห็นเข้าแล้วก็บอกกว่าหิว จ้าวหลานจึงหยิบให้เขาชิ้นหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้กินหมั่นโถวไปสองคำแล้วก็ซ่อนไว้ในอกเสื้อ ก่อนจะบอกว่าหิวอีกแล้ว
จ้าวหลานใจดี ให้เขาไปหยิบเอง เขาจึงซ่อนหมั่นโถวสี่ลูกที่เหลืออยู่ในถาดไว้ในอกเสื้อทั้งหมด หวังต้าหนิวเห็นทุกอย่างกับตาตัวเอง แต่กลับไม่พูดอะไรสักคำ ในดวงตามีแววขบขันด้วยซ้ำไป เห็นได้ชัดว่าชื่นชมพฤติกรรมของบุตรชาย แม้กระทั่งกลับไปแล้วอาจจะชมว่าฉลาดด้วยซ้ำไป
ต่อมาในบรรดาคนที่นำข้าวและแป้งไปขายต่อในราคาสูงเหล่านั้น ก็มีหวังต้าหนิวอยู่ด้วยเช่นกัน เขาเองเคยทะเลาะเบาะแว้งกับสกุลหูมาก่อน จึงนับว่าผูกพยาบาทกับนางด้วยเช่นกัน
นางเดินหน้าต่อไป ครั้นผ่านที่ดินปลูกถั่วลิสงที่ถูกเด็กสกุลหวังล้มทับเมื่อครู่ นางเหลือบไปเห็นผลซานจาที่กระจายอยู่ในที่ดิน ยังมีผ้าเช็ดหน้าที่ใช้ห่อผงซานจาด้วยอีกผืนหนึ่ง
บนผ้าเช็ดหน้าปักตัวอักษร ‘อวิ๋น’ เอาไว้ด้วย น่าจะเป็นชื่อแม่ของเขา
เด็กสาวเก็บผ้าเช็ดหน้าและผลซานจาที่กระจายอยู่บนพื้นขึ้นมา ใน