เห็นเด็กชายที่ไป๋จื่อแบกไว้บนหลังแล้ว นางก็ย่างสามขุมเข้ามาหา “ตงจื่อ ลูกชายข้า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
ตงจื่อคว่ำหน้าอยู่บนหลังของไป๋จื่อ ทันทีที่เห็นบิดามารดาของตนเข้ามา เขาก็หดร่างด้วยความกลัว ในแววตาเต็มไปด้วยความตระหนก
“ท่านพ่อ ท่านแม่…”
สตรีคนนั้นยื่นมือไป คิดจะประคองตงจื่อลงจากหลังของไป๋จื่อ ทว่าไป๋จื่อรีบพูดว่า “ต้องระวังหน่อย กระดูกหน้าแข้งของเขาหัก ก่อนหน้านี้ข้อต่อแขนก็เคลื่อน ข้าเพิ่งจะเชื่อมข้อต่อให้เขา แต่ก็ไม่อาจออกแรงกับเขามากได้ ไม่เช่นนั้นข้อต่อของเขาอาจจะเคลื่อนซ้ำสองได้”
อีกฝ่ายประคองตงจื่อลงจากหลังของไป๋จื่ออย่างระมัดระวัง ก่อนจะถลึงตามองไป๋จื่อด้วยแววตาดุร้าย “ไยจิตใจของเด็กสาวเช่นเจ้าถึงโหดเหี้ยมเช่นนี้ เพื่อผลซานจาไม่กี่ลูก ต้องทำถึงขั้นนี้เชียวหรือ ทำร้ายตงจื่อของข้าจนมีสภาพเช่นนี้แล้ว เจ้าคิดจะชดใช้อย่างไร”
ไป๋จื่อชะงักงัน นี่มันอะไรกัน นางไปทำร้ายบุตรชายของนางตั้งแต่เมื่อใด เมื่อครู่บุตรชายของนางน่าสงสารนัก ตนถึงได้ลงมือช่วยเหลือ เหตุใดตอนนี้ถึงมาขู่เข็ญกันได้เล่า
เด็กสาวพูดกับแม่ของตงจื่อว่า “เจ้าถามลูกชายบ้านเจ้าดู ว่าแท้จริงแล้วใครทำร้ายเขากันแน่”
สตรีนางนั้นแค่นหัวเราะ “ยังต้องถามอีกหรือ ที่นี่มีเจ้าอยู่เพียงลำพัง นอกจากเจ้าแล้วยังมีใครอีกที่ไหน”
ไป๋จื่อขมวดคิ้ว “ให้เจ้าถามก็ไม่ถาม แล้วเหตุใดถึงรู้ว่าเป็นข้า”
บุรุษที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่ตงจื่อทำหน้าบึ้งตึง เ