านี้เขาคงออกแรงร้องไห้เสียงดังเป็นแน่ ตอนนี้จึงร้องไม่ออกแล้ว
ไป๋จื่อดึงกางเกงของเขาขึ้น เพื่อตรวจดูบาดแผลในทันที และเป็นอย่างที่นางคิดไว้ หน้าแข้งบวมปูดจนผิดรูปชัดเจนมาก เป็นอาการกระดูกหน้าแข้งหักตามแบบฉบับ
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว นางก็พูดกับตนเองว่า “โชคดีที่หักในแนวนอน ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด จัดกระดูกแล้วค่อยใช้ไม้ดามไว้ก็ใช้ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
นางกล่าวกับเด็กชายว่า “ข้าจะช่วยเจ้าพันแผลก่อน เจ็บหน่อย เจ้าอดทนไว้นะ”
เด็กชายกลั้นน้ำตา พลางถามว่า “มือซ้ายของข้าก็ขยับไม่ได้ จะพิการหรือไม่”
ไป๋จื่อกวาดสายตามองเขนของเขา นางพูดยิ้มๆ “แค่ข้อต่อเคลื่อนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ข้าช่วยเจ้าเชื่อมสักหน่อยก็หายแล้ว” นางพูดไปพร้อมๆ กับยื่นมือไปกดเขนซ้ายของเด็กชายเอาไว้ เดี๋ยวบิด เดี๋ยวดัน จนกระทั่งมีเสียง ‘กรอบ’ ดังขึ้น เด็กชายแม้กระทั่งไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด แขนของเขาก็กลับมามีความรู้สึกดังเดิมแล้ว
นางไม่ได้นำไม้ดามติดตัวมาด้วย ทำได้เพียงเสาะหากิ่งไม้ที่เหมาะสมมาดามไว้อย่างง่ายๆ ก่อนจำนวนหนึ่ง เมื่อกลับถึงหมู่บ้านแล้ว ค่อยให้พ่อกับแม่ของเขาพาไปหาหมอลู่ อย่างไรเสียหมอลู่ก็มีไม้ดามอยู่มากมายนัก
เด็กสาวใช้กิ่งไม้ดามหน้าแข็งที่กระดูกหักของเด็กชายด้วยผ้าคาดเอวของเขา แล้วถึงแบกเด็กชายขึ้นบนหลัง ขณะกำลังจะออกไปจากที่นี่ นางก็เห็นชายและหญิงห้าหกคนวิ่งมาทางตนด้วยความรีบร้อน
สตรีคนหนึ่ง