แป้งเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองทำเวลานวดและตัดแป้งขึ้นซึ้ง ผ่านไปไม่นานเท่าไรก็นึ่งสุกดี เหนือเตาดินที่ก่อใหม่ในลานบ้านต้มโจ๊กเอาไว้ อีกสักพักหนึ่งมันก็สุกดีเช่นกัน
ไป๋จื่อห่อหมั่นโถวร้อนๆ จำนวนหนึ่ง ก่อนจะใช้หม้อขนาดเล็กสำหรับต้มน้ำแกงมาใส่โจ๊กลงไปจนเต็ม นางถือโอกาสตอนที่อาอู่กำลังกินข้าวเช้า ไปตามหากระบอกไม้ไผ่มาสักท่อน
อาอู่วางชามโจ๊กที่กินหมดเกลี้ยงแล้วลง ก่อนจะถามว่า “เจ้าจะนำกระบอกไม้ไผ่มาทำอะไร”
“ไม่ใช่ว่าจะไปเก็บผลซานจาหรือ หากต้นซานจาสูงเกินไป ใช้กระบอกไม้ไผ่สอยมันคงจะสะดวกไม่น้อย” ไป๋จื่อกล่าวยิ้มๆ
อาอู่พยักหน้า เขาถือหมั่นโถวลูกหนึ่งอยู่ในมือ พูดกับเด็กสาวว่า “เจ้ารีบกินสิ ข้ากินอิ่มแล้ว”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้าจะไปกินพร้อมกับหูเฟิง คนผู้นั้นขี้น้อยใจนัก หากไม่กินเป็นเพื่อนเขา เขาจะต้องทำหน้าบึ้งใส่ข้าแน่นอน”
อีกฝ่ายพลันหัวเราะเสียงดัง นึกถึงภาพหูเฟิงทำหน้าบูดบึ้งถลึงตามองไป๋จื่อ ยิ่งคิดก็ยิ่งหัวเราะไม่หยุด
ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด ก็ย่อมมีคู่ปรับของตนเองอยู่วันยันค่ำ คู่ปรับของไป๋จื่อคือหูเฟิง ส่วนคู่ปรับของหูฟิงก็คือไป๋จื่อ
เมื่อรถม้ามาถึงที่นา อากาศก็ร้อนขึ้นมาแล้ว ในพื้นที่นาเต็มไปด้วยชาวบ้านที่เหงื่อออกราวกับถูกฝน ครั้นทุกคนเห็นไป๋จื่อก็พากันหยุดงานที่ทำอยู่ แล้วทักทายนางทันที
ตอนนี้ไป๋จื่อเป็นคนดังของหมู่บ้าน เพราะนางอายุยังน้อย แต่ก็ยังขยันขันแข็งเช่นนี้ หลังจากแยกบ