ไม่”
ลุงหูส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้แต่ไหนแต่ไรเขาไม่กินข้าวเช้า อีกเดี๋ยวข้าก็ต้องไปเหมือนกัน ถึงตอนนั้นข้าจะนำอาหารติดมือไปให้เขาด้วย”
เด็กสาวรีบพูดขึ้นมา “ท่านลุงหู ท่านไม่ต้องไปหรอกเจ้าค่ะ ข้าเรียกอาอู่มาด้วย อีกครู่หนึ่งพวกข้าจะไปช่วยกัน มีที่นาแค่สองหมู่เท่านั้น น่าจะใช้เวลาเก็บเกี่ยวไม่นานหรอกเจ้าค่ะ”
หูจ่างหลินยิ้ม “ไม่ต้องหรอก ข้ากับหูเฟิงทำด้วยกันสองคนก็พอแล้ว หลายวันมานี้อาอู่เหนื่อยนัก ให้เขาพักผ่อนสักสองสามวันเถอะ”
“ใครบอกว่าข้าเหนื่อยกัน ข้าไม่เหนื่อยเลยสักนิด มีแรงเต็มเปี่ยมเชียวล่ะ” อาอู่พูดพลางเดินเข้ามาในลานบ้าน ด้านหลังตามมาด้วยจ้าวซู่เอ๋อและหรูเอ๋อร์
หรูเอ๋อร์วิ่งมาถึงตรงหน้าไป๋จื่อด้วยความดีใจ “พี่ไป๋ ข้าอยากกินถังหูลู่ หรูเอ๋อร์อยากกินถังหูลู่”
จ้าวซู่เอ๋อรีบก้าวเข้ามาจับมือหรูเอ๋อร์กลับไป “เด็กคนนี้นี่ เมื่อวานไม่ใช่ว่ากินไปแล้วหรือ เหตุใดถึงอยากกินอีกแล้วเล่า”
หรูเอ๋อร์ทำปากจู๋ “เมื่อวานข้าก็กินข้าว วันนี้กินอีกไม่ได้แล้วหรือ”
ไป๋จื่อเบิกบานเพราะความไร้เดียงสาของนาง “หรูเอ๋อร์ วันนี้ข้ามีธุระ เกรงว่าจะไม่มีเวลาพาเจ้าไปซื้อถังหูลู่ในเมือง คราวหน้าได้หรือไม่”
หรูเอ๋อร์เบะปาก แต่ก็ยังพยักหน้า ในดวงตางดงามแฝงน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้ นางจะต้องคับอกคับใจเป็นแน่
นางอาศัยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เล็ก ไม่เคยได้สวมเสื้อผ้าสวยๆ มีโอกาสกินขนมที่เด็กทั่วไปได้กินในทุกวันน