ถึงเพียงนี้”
หญิงชราถลึงตามองสะใภ้ใหญ่ “ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าตามข้าเข้าไปในเรือน”
หลิวซื่อตามหญิงชราเข้าไปในเรือน ฝ่ายหญิงชราจูงมือหลิวซื่อเข้าไปในห้องของตนเอง ก่อนจะปิดประตูอย่างแน่นหนา
สะใภ้ใหญ่เห็นอีกฝ่ายลากตนเข้ามาในห้อง ยังคิดว่าจะต้องมอบค่าใช้จ่ายในการสอบของเสี่ยวเฟิงให้นางแน่ จึงกล่าวด้วยความดีใจ “ข้ายังไม่ได้ไปหาอาจารย์ที่โรงเรียนแลย ไม่ต้องให้เงินค่าเดินทางตอนนี้หรอกเจ้าค่ะ แต่หากตอนนี้ท่านจะให้ก็ไม่เป็นไร ข้ารับรองว่าจะเก็บรักษาอย่างดี”
หญิงชรานั่งลงบนเตียงของตนเอง มองหลิวซื่อเหมือนกับเวลาที่นางมองคนโง่ “กว้าหัว เจ้ามองไม่ออกจริงๆ หรือเจ้าแกล้งโง่กันแน่”
หลิวกว้าหัวชะงักงัน “ท่านแม่ ท่านหมายความว่าอย่างไร”
หมดกัน นางมองไม่ออกจริงๆ นี่คือสาเหตุที่นางมีท่าทีงงงันเช่นนี้กระมัง
“น้องสะใภ้เจ้าพูดไว้ชัดเจนแล้ว เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ เจ้าไม่รู้จักนิสัยของเสี่ยวเฟิงหรือไร เจ้าเป็นแม่ของเขานะ!”
หลิวกว้าหัวยังคงไม่เข้าใจ “ท่านแม่ ท่านพูดให้ชัดๆ ได้หรือไม่ นี่มันเรื่องอะไรกัน”
หญิงชราถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ปกติเสี่ยวเฟิงมักชอบอวดอ้างความดี หากเขาสอบได้ลำดับที่สาม ทั้งยังได้เข้าร่วมการสอบระดับอำเภอ มีหรือเขาจะไม่พูด”
สะใภ้ใหญ่พลันตาสว่างขึ้นมาบ้าง จริงด้วย เสี่ยวเฟิงไม่ใช่คนที่จะปิดบังอะไรได้ โดยเฉพาะเรื่องดีเช่นนี้ หากเขาสอบได้ลำดับที่สามจริง และได้เข้าร่วมการสอบระดับอำเภอ เ