ขาจะไม่พูดได้อย่างไรกัน เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
นางมองแม่สามีด้วยความตะลึงลาน “เช่นนั้นแล้ว…เสี่ยวเฟิงโกหกหรือ เขาสอบไม่ได้สิบลำดับแรกจริงๆ?”
“ไม่เพียงสอบไม่ได้สิบลำดับแรก เกรงว่าจะเป็นอย่างที่จางซูเหมยพูดไว้จริงๆ เขาสอบได้ลำดับสุดท้าย ถึงได้จงใจไม่บอกพวกเรา ในโรงเรียนก็ไม่ได้มีเขาเป็นนักเรียนจากหมู่บ้านหวงถัวเพียงคนเดียว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปิดเรื่องนี้ไว้ไม่อยู่ เขาไม่พูดต่อหน้าเจ้า ก็นับว่าไว้หน้าเจ้าแล้ว”
สีหน้าของหลิวกว้าหัวเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก นางส่ายหน้าไม่ยอมหยุด “ไม่ ไม่มีทาง เสี่ยวเฟิงของข้าฉลาดนัก ยามร่ำเรียนก็มักจะตั้งใจอย่างหนัก เขาจะสอบได้ลำดับสุดท้ายได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้แน่นอน”
“ไม่ได้การแล้ว พรุ่งนี้ข้าต้องไปถามอาจารย์ของเขาไม่รู้เรื่อง”
หญิงชราขมวดคิ้ว “ถามอะไรอีก มีอะไรน่าถามอีก เจ้าไม่กลัวขายหน้าเลยหรือไร ครั้งนี้สอบได้ไม่ดีก็ยังมีครั้งหน้า เสี่ยวเฟิงยังเด็ก ยังมีโอกาสอีก จำเป็นต้องวิ่งวุ่นไปมาเช่นนี้ด้วยหรือ”
เมื่อหลิวกว้าหัวคิดว่าต้องห่างจากวันที่จะได้มีความสุขเพิ่มอีกหนึ่งปี นางก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาแล้ว…
แม่สามีมองสีท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่าง “อีกเดี๋ยวข้าจะไปบอกต้าเป่าว่าให้เขาไปที่นา เกี่ยวข้าวสาลีกับอารองของเขาและฟู่กุ้ยตั้งแต่เช้า”
หลิวกว้าหัวมีสีหน้าลำบากใจ “ท่านแม่ แต่ไหนแต่ไรต้าเป่าไม่เคยเกี่ยวข้าวสาลี เกรงว่าจะไม่ไหวนะเจ้าคะ!”
“ต้าเป่าไม่เคยเกี่ยวข้าว แล้วฟู่