้ว บุตรชายของท่านหมอลู่ ลู่ผิงอันสอบได้ลำดับที่หนึ่ง บุตรชายคนเล็กของซ่งเหล่าซานสอบได้ลำดับที่สาม ส่วนบุตรชายของสกุลจ้าวที่ใครต่อใครต่างก็ดูถูกสอบได้ลำดับที่เก้า คนในโรงเรียนที่เข้าร่วมการสอบมีทั้งหมดสามสิบสามคน ทว่าไป๋เสี่ยวเฟิงของสกุลเราสอบได้ลำดับที่สามสิบสามพอดี”
สีหน้าของหญิงชราไม่น่ามองขึ้นเรื่อยๆ จางซื่อพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ให้ตายอย่างไรก็เชื่อข่าวลือเช่นนี้
บัดนี้หลิวซื่อจูงมือไป๋เสี่ยวเฟิงที่มีดวงตาเหม่อลอยออกมาแล้ว เขาดูไม่สดใสอย่างเห็นได้ชัด ครั้นเข้ามาในลานบ้านแล้วก็สะบัดมือผู้เป็นมารดาทิ้งในทันที กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ทำอะไร เหตุใดไม่ให้ข้านอน”
หลิวซื่อชี้ไปยังจางซื่อ “น้าสะใภ้รองของเจ้าบอกว่าเจ้าสอบได้ลำดับสุดท้าย เจ้าบอกกับนางสิ ว่าแท้จริงแล้วเจ้าสอบได้ลำดับที่เท่าไร”
ความง่วงในแววตาของไป๋เสี่ยวเฟิงหายไปทันใด เขาขมวดคิ้วมองจางซื่อ “สะใภ้รอง ท่านได้ยินใครพูดมา”
จางซื่อยักไหล่ “ข้าได้ยินตอนไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ ทุกคนล้วนพูดกันเช่นนี้ หรือว่าไม่ใช่”
ไป๋เสี่ยวเฟิงมองหลิวซื่อที่มีสีหน้าร้อนใจ แล้วมองท่านย่าที่มีสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะกัดฟันพูดว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าจะสอบได้ลำดับสุดท้ายได้อย่างไร”
หลิวซื่อพลันถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพูดด้วยความดีใจ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าลูกชายของข้าเป็นคนเก่ง เจ้าบอกนางสิ ครั้งนี้เจ้าสอบได้ลำดับที่เท่าไร”
ไป๋เสี่ยวเฟิงกระแอม ยิ้มเจื่อนๆ “แ