คนนี้ยิ่งนัก สายตาที่พวกนางมองเขา เหมือนกับมองหัวขโมยก็ไม่ปาน
“อะไรนะ ขึ้นราคาอีกแล้ว ผู้ประสบภัยก็มากันหมดแล้ว เหตุใดยังขึ้นราคาอีก” หลิวซื่อไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง นางใช้ดวงตาพร้อมริ้วรอยจ้องมองไปทางเจ้ารอง
เจ้ารองคร้านจะพูดเรื่องเหล่านี้กับพวกนาง เขาเดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้ “ข้าไหนเลยจะรู้ หากพวกเจ้าไม่เชื่อ พรุ่งนี้ก็ไปสอบถามในเมืองดูสิ แล้วค่อยดูว่าข้าหลอกพวกเจ้าหรือไม่”
เมื่อเห็นเจ้ารองไม่พอใจ หญิงชราก็ขยิบตาให้หลิวซื่อครั้งหนึ่ง เป็นการบอกให้นางไม่ต้องพูดอีก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องการความกระจ่าง คนที่ไปซื้อข้าวในเมืองในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้ารอง ลูกชายคนรองของบ้านตาเฒ่าหลี่ก็ไปด้วย อีกเดี๋ยวไปถามก็ได้ความแล้ว
หญิงชรายัดถุงเข้าใส่มือหลิวซื่อ ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ เจ้ารอง ยิ้มกล่าวว่า “พวกข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เจ้าอย่าคิดมากไปเลยนะ”
เจ้ารองไม่ได้พูดอะไร เขาผินหน้าไปมองภรรยาและบุตรสาวของตน พวกนางนั่งเด็ดผักอยู่ไม่ไกล ส่วนหลิวซื่อและหญิงชรามีแต่คุยเล่น ราวกับงานในบ้านไม่มีส่วนใดเกี่ยวของกับพวกนาง
ในใจของเขายิ่งรู้สึกไม่พอใจขึ้นเรื่อยๆ
“วันนี้ข้าไปถามซุนเหล่าซื่อมาแล้ว ที่ดินของพวกเขาติดกับที่ดินของพวกเรา เขาบอกว่าข้าวสาลีของพวกเราสองสกุลออกรวงแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาจะเริ่มเกี่ยวข้าว” หญิงชรากล่าว
“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราก็จะเริ่มเกี่ยวข้าวเหมือนกันสินะ” เจ้ารองเลิกคิ้