างๆ เขาก็มีรอยมีดบนใบหน้า บวกกับล่าเสือและหมาป่าตัวใหญ่ขนาดนี้มาได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ครั้นเขาเอ่ยปาก คนที่ส่งเสียงดังเหล่านั้นก็เงียบไปในทันที ไม่กล้าพูดจามากความอีกแม้สักประโยค
เมื่อเห็นว่าผู้คนจะแยกย้ายกันไป ไป๋จื่อก็กล่าวกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งว่า “ท่านลุงผู้นี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าร้านรับซื้อหนังสัตว์เช่นนี้ในเมืองอยู่ที่ใด” คนที่มาจับจ่ายในตลาดส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านทั่วไป และข้ารับใช้ของครอบครัวที่ร่ำรวย ไหนเลยพวกขาจะมีเงินซื้อหนังสัตว์
ชายวัยกลางคนยิ้มตอบ “นับว่าเจ้าถามถูกคนแล้ว เมื่อครู่ก็คิดจะบอกพวกเจ้าอยู่เหมือนกัน หนังสัตว์คุณภาพดีเช่นนี้วางขายอยู่ตรงนี้คงจะขายไม่ได้ เจ้าว่าคนที่นี่เหมือนคนที่จะซื้อหนังสัตว์เช่นนี้ไหวด้วยหรือ”
ไป๋จื่อยิ้มเช่นกัน “รบกวนท่านลุงชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ”
อีกฝ่ายเห็นไป๋จื่อมารยาทดี ดังคำกล่าวที่ว่า ‘มือที่ยื่นมาย่อมไม่ตบคนที่ส่งยิ้มให้’ นางถามเช่นนี้แล้ว เห็นทีเขาอมพะนำต่อไปคงจะไม่ดีนัก จึงกล่าว “มีร้านผ้าสกุลโม่อยู่ทางใต้ของเมือง พวกเขารับซื้อหนังสัตว์พวกนี้ แม้ร้านผ้าอื่นจะรับซื้อเช่นกัน ทว่าแต่ไหนแต่ไรสกุลโม่ล้วนแต่ใจกว้าง หนังสัตว์คุณภาพดีจึงขายได้เงินมากที่ร้านของพวกเขา”
ไป๋จื่อกล่าวขอบคุณไม่ยอมหยุด ครั้นทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว พวกเขาก็รีบเก็บแผง นำหนังสัตว์ตรงไปยังร้านผ้าสกุลโม่ที่อยู่ทางใต้ของเมืองในทันที
ร้านผ้าสกุลโม่ตั้งอยู่บนถนนที่คึกคักที่สุดทา