งตอนใต้ของเมือง ตำแหน่งยอดเยี่ยม ทั้งเตะตาและสว่างเจิดจ้า
“พวกท่านจะซื้อผ้าหรือ” เมื่อพ่อค้าใจกว้างเห็นลูกค้ามาเยือน จึงรีบเข้ามาต้อนรับ
ไป๋จื่อชี้ไปยังหูเฟิงและอาอู่ที่อยู่ด้านหลัง “พวกข้ามาขายหนังสัตว์ รับซื้อหรือไม่”
พ่อค้ามองไปยังบุรุษสองคนที่อยู่ข้างหลังนาง คนหนึ่งแบกหนังเสือไว้บนไหล่ สีสันของหนังนั้นสดสว่าง มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของดี
อีกคนหนึ่งแบกหนังหมาป่าอยู่สองสามผืน คุณภาพไม่เลวเช่นกัน
“รับๆๆ เชิญพวกท่านด้านใน พวกข้ารับซื้อหนังสัตว์อยู่แล้ว เจ้าของร้านอยู่ข้างในแน่ะ เขาจะตรวจสอบสินค้าเอง” พ่อค้านำพวกเขาเจ้าไปยังโถงด้านหลัง
“หนังสัตว์นี้ของเจ้าอย่างมากมีค่าสองตำลึงเงิน” เจ้าของร้านอู๋วางหนังหมาป่าในมือลง แล้วลูบเคราแพะเล็กๆ ที่ใต้คางพลางกล่าว
ชายฉกรรจ์ผู้ขายหนังสัตว์พูด “แค่สองตำลึงเงิน? วันก่อนหลี่ปาจากหมู่บ้านของข้าก็นำหนังสัตว์มาขายที่นี่ หนังสัตว์ของเขาคุณภาพด้อยกว่าของข้าเสียอีก แต่ก็ยังขายได้ถึงสิบตำลึง แล้วของข้าจะมีค่าแค่สองตำลึงได้อย่างไร”
เจ้าของร้านอู๋ชี้ไปยังหนังสัตว์ที่อยู่บนหน้าโต๊ะ “ข้าจำหลี่ปาได้ หนังหมาป่าของเขาไม่ใหญ่เท่าของเจ้า แต่มันสมบูรณ์แบบ ไร้ความเสียหาย ส่วนของเจ้ากลับมีรอยขาด ไม่ใช่เพียงแค่จุดเดียว เมื่อครู่ข้านับดูคร่าวๆ แล้ว อย่างน้อยมีรอยขาดถึงหกจุด หากเป็นคนอื่นคงไม่ให้เจ้าถึงสองตำลึงแน่”
บุรุษผู้นั้นโมโหไม่น้อย ปากเอาแต่ต่อว่า “ต้องโทษภ