เลยจะมีท่าทีเหนียมอายเหมือนเด็กสาวเช่นนี้ เขาก้มหน้าลงหัวเราะ “เอาล่ะ ข้าไม่แหย่เจ้าแล้ว แต่หลักฐานลายลักษณ์อักษรบนกระดาษสีขาวนั่น เจ้าอย่าได้คิดจะบิดพลิ้ว อย่างไรเจ้าก็ต้องชดใช้ในไม่ช้าก็เร็ว”
เขาลุกขึ้นหมายจะจากไป นางจึงรีบร้อนจับชายเสื้อของเขาไว้ แล้วเงยหน้าแดงๆ ขึ้นมองเขา “หูเฟิง เหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้”
หูเฟิงมองตาของนาง ในดวงตาคู่นั้นราวกับมีดวงดาวทอประกาย “เพราะข้าอยากทำเช่นนี้ ข้าจึงทำ”
ไป๋จื่ออยากจะกัดลิ้นของตัวเองยิ่งนัก เหตุใดนางถึงถามเขาไปเช่นนั้น
“แต่ข้าเพิ่งอายุสิบสอง เจ้าอายุยี่สิบกว่าแล้ว ไม่รู้สึกว่าเป็นโคแก่กินหญ้าอ่อนบ้างหรือ”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “ไม่รู้สึก อีกอย่าง ปีหน้าเจ้าก็อายุสิบสามปีแล้ว”
“สิบสามปีแล้วอย่างไร ข้ายังไม่เป็นสาวเต็มตัวเสียหน่อย”
หูเฟิงมองมือที่นางกำชายเสื้อของเขาไว้ มือนั้นทั้งบอบบางและซีดขาว จู่ๆ เขายื่นมือไปจับมือของนาง จับฝ่ามือเล็กจ้อยนั้นไว้ที่กลางฝ่ามือของตนเองจนแน่น “ด้วยกฎเกณฑ์ของแคว้นฉู่ สตรีอายุสิบสามปีสามารถหมั้นหมายได้แล้ว อายุสิบห้าค่อยแต่งงานก็ยังไม่สาย”
มือของเขาใหญ่มาก ฝ่ามือร้อนมากเช่นกัน ยามที่เขากุมมือนางไว้ หัวใจของนางรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อมองมือนั้น นางแม้กระทั่งลืมที่จะชักมือของตนเองกลับมา
เห็นนางไม่ได้พูดอะไร เขาจึงยิ้มว่า “ดูท่าเจ้าจะตกลงแล้ว”
ไป๋จื่อตื่นจาก