อย่าได้บิดพลิ้ว”
“ข้าไม่ได้บิดพลิ้ว นางรับเงินของเจ้าแล้ว เจ้าก็ให้นางรักษาสิ ข้าไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับนางสักนิด หากไม่เชื่อ พวกเจ้าก็ลองไปสอบถามในหมู่บ้านดูก็ได้”
สาวใช้ยอมแพ้ นางมองไปทางฮูหยิน
กู้ผิงฮุ่ยคิดถึงบุตรชายของตน นางกล่าวพลางกัดฟันว่า “ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้ากล่าวหาว่าข้าบังคับเด็กสาวชาวบ้านแล้ว วันนี้ข้าจะลองบังคับดูสักครั้ง”
นางหันไปเรียกทางหน้าประตู “เด็กๆ!”
ข้ารับใช้สองคนถลันเข้ามา “ฮูหยินมีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ”
กู้ผิงฮุ่ยชี้ไปยังไป๋จื่อที่แกล้งหลับอยู่บนเตียง “พาตัวนางไป”
เหล่าข้ารับใช้กำลังจะลงมือ เสียงของหูเฟิงก็พลันดังมาจากข้างนอก “ใครกล้าลงมือ”
ในเรือนมีคนอออยู่แน่นขนัด หูเฟิงยืนอยู่ที่หน้าประตู ยื่นมือไปดึงสาวใช้สองคนข้างกายกู้ผิงฮุ่ยออกมา และถือโอกาสโยนพวกนางลงกับพื้น
เมื่อข้ารับใช้เห็นดังนั้น ก็ถลกแขนเสื้อขึ้นหมายจะเข้ามา ทว่าถูกโยนออกไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แตะต้องแม้แต่ชายเสื้อของหูเฟิงด้วยซ้ำ
กู้ผิงฮุ่ยตกใจไม่น้อย นางนำคนมาด้วยสี่คน แต่ทั้งหมดล้วนถูกโยนออกไป ต่อไปไม่ใช่ว่าจะถึงคราวนางแล้วหรือ
“อย่าๆๆ อย่าลงมือ ข้าจะออกไปเอง” นางรีบวิ่งออกไปข้างนอก วิ่งด้วยความรีบร้อน จนลืมไปว่าตรงประตูยังมีรั้วอยู่ด้วย เท้าของนางเกี่ยวเข้ากับรั้วนั้น อีกทั้งข้างกายยังไม่มีสาวใช้คอยประคองสักคน จึงล้มหน้าคว่ำลงไป เศษดินเปื้อนเต็มหน้าและศีรษะ กินเลนเข้าไปคำหนึ่ง นางทั้งเจ็บ ทั้