ยงแหลมเรียกว่า “ใครก็ได้มาที่นี่เร็ว…มีผู้ร้าย มาจับผู้ร้ายเร็วเข้า…”
ทว่าผู้ร้ายที่นางพูดถึง หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งนานแล้ว
ที่ว่าการอำเภอวุ่นวายกันไปทั่ว บ้างร้องเรียกให้จับผู้ร้าย บ้างร้องว่าโกดังไฟไหม้ ในศาลาว่าการไฟโหมเสียดฟ้า เงาคนวิ่งกันขวักไขว่ จนเมื่อฟ้าสางแล้วไฟถึงจะมอดลงได้ แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ตำราเก่าแก่ ภาพวาดโบราณ ตั๋วเงิน ไปจนถึงกล่องผ้าไหมที่ปกติเหล่าฮูหยินและอนุใช้เย็บเสื้อผ้าที่เก็บอยู่ในโกดัง ล้วนเสียหายไม่เหลือซาก
สร้อยคอทองคำก็ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่เผาเสียจนดูไม่ได้ แต่ยังดีที่ทองแท้ไม่กลัวไฟหลอม และไม่นับว่าถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
กู้เฟิงคังรู้ข่าวนี้เมื่อตื่น เขาโมโหจนเป็นลมสลบไป หมอหยิกเขาตั้งนานก็ไม่ยอมตื่น
สวี่ซื่อ ภรรยาเอกของกู้เฟิงคังเฝ้าอยู่ข้างกายสามีตลอดเวลา เซียวอี๋เหนียง[1]ผู้ปรนนิบัติใต้เท้ากู้เมื่อคืนถูกลงโทษให้คุกเข่าอยู่ในห้อง ร้องไห้จนตาบวมปูด รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมาก
มีสิทธิ์อะไรมาลงโทษนาง นายท่านถูกคนอื่นตี นางไม่ได้ให้ใครมาตีเขาเสียหน่อย นางก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเหมือนกันไม่ใช่หรือ
สวี่ซื่อถลึงตามองเซียวอี๋เหนียงอย่างเย็นชา “พูดมาให้ชัดเจน แท้จริงแล้วเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นายท่านถูกคนตีได้อย่างไร แล้วถูกตีด้วยอะไร”
เซียวอี๋เหนียงกล่าวเสียงสะอึกสะอื้น “ฮูหยิน ข้าก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตีนายท่าน เมื่อคืน เมื่อคืนข้ากับนายท่านกำลัง กำลัง…