่เห็นทั้งนั้น”
ความจริงก็คือนางไม่เห็นอะไรโดยสิ้นเชิง เพราะกลัวจนเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่ม
ถึงอย่างไรเสียก็ไม่มีใครรู้ นางอยากจะพูดอย่างไรก็จะพูดอย่างนั้น
ตอนนี้หมอตัดกางเกงบนก้นของกู้เฟิงคัง ที่แนบชิดกับเลือดเนื้อจนแยกไม่ออกทิ้งไปแล้ว เมื่อทำความสะอาดบาดแผลเสร็จสิ้น ถึงค่อยใส่ยาจินชวงที่เขาทำด้วยตนเองให้อีกฝ่าย
เพิ่งโรยผงยาสีขาวบนแผลของกู้เฟิงคังเท่านั้น กูเฟิงคังที่สลบไสลไปพลันตื่นเต็มตา ก่อนจะร้องเสียงหลงอย่างน่าเวทนาเสียงหนึ่ง
“เจ็บ เจ็บมาก! นี่มันบ้าอะไรกัน พวกเจ้ากำลังทำอะไร”
สวี่ซื่อรีบกดแขนของกู้เฟิงคังเอาไว้ “นายท่าน ท่านหมอกำลังใส่ยาให้ท่านอยู่ ท่านอดทนหน่อยนะ อดทนครู่เดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว”
กู้เฟิงคังเจ็บจนร้องว่ามารดา ต่อว่าบรรพบุรุษของคนที่ตีเขาเมื่อคืนไปสิบแปดชั่วโคตรเสียรอบหนึ่ง
หลังจากใส่ยาเสร็จสิ้น กู้เฟิงคังนับว่าชินกับความเจ็บปวดแล้ว ไม่ได้รู้สึกเจ็บแสบเหมือนเช่นก่อนหน้านี้อีก ทว่าเพิ่งหอบหายใจได้สองเฮือก ก็ได้ยินสาวใช้ข้างนอกรายงานว่า “นายท่าน ฮูหยิน ฮูหยินรองเฉียนมาเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อว่าเป็นฮูหยินรองเฉียน สวี่ซื่อก็ขมวดคิ้วทันที ทว่าไม่ได้พูดอะไรออกไป อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นพี่สาวแท้ๆ ของสามีตน แล้วนางจะพูดอะไรได้
กู้เฟิงคังยังไม่ทันได้พูดอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออก แสงอาทิตย์แยงตาสาดเข้ามา ทำเอาเขาต้องรีบหลับตา ในใจรู้สึกไม่เป็นสุข แม้กู้ผิงฮุ่ยจะเป็นพี่สาว