ของเขา ทว่าดีเลวอย่างไรที่นี่ก็เป็นที่พักอาศัยของเขา นางบุกเข้ามาเช่นนี้ได้อย่างไร
กู้ผิงฮุ่ยเข้ามาแล้วก็ร้องไห้โศกเศร้าทันที “เฟิงคัง เจ้าต้องจัดการให้พี่เขยของเจ้านะ!”
กู้เฟิงคังพยายามปรับลมหายใจอย่างสุดความสามารถ ด้วยกลัวว่าหากหายใจแรงไปแล้วจะกระเทือนถึงบาดแผลตรงสะโพก
“อะไรอีก มีอะไรก็พูดมาดีๆ ไม่ใช่เข้ามาแล้วก็ร้องห่มร้องไห้ จะจับใจความได้อย่างไร”
หลังจากกู้ผิงฮุ่ยเข้ามาแล้ว นางเห็นเซียวอี๋เหนียงคุกเข่าอยู่บนพื้น สวี่ซื่อนั่งอยู่ข้างเตียง ส่วนน้องชายของนาง กู้เฟิงคังนอนคว่ำอยู่บนเตียง ดูจากสีหน้าแล้วเห็นท่าจะไม่ดี
นางหยุดร้องไห้ ก่อนจะมองน้องชายที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงด้วยความงงงัน “เฟิงคัง น่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
สวี่ซื่อกล่าวกับสาวใช้ในเรือน “ยังตะลึงอะไรอยู่อีก ไม่รีบยกชาให้พี่หญิงหรือ”
สาวใช้รีบย้ายเก้าอี้มาที่หน้าเตียง เพื่อให้กู้ผิงฮุ่ยนั่งลง นางกล่าวด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่า “เฟิงคัง แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น ตอนที่ข้าเพิ่งเข้ามาก็เหมือนกัน รู้สึกว่าในจวนจะวุ่นวายกันไปหมด”
กู้เฟิงคังฝืนความเจ็บปวด ถามเสียงเบา “ในจวนเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย ท่านมาทำอะไร แล้วไยเมื่อครู่ถึงต้องร้องไห้”
คราวนี้กู้ผิงฮุ่ยถึงจะนึกจุดประสงค์ที่นางมาในวันนี้ได้ จึงร้องไห้ขึ้นอีกครั้งในทันที “เฟิงคัง เมื่อวานพี่เขยของเจ้าถูกคนทำร้าย โกดังเองก็ถูกไฟไหม้ จินเอ๋อร์ป่วยไข้กินยาไม่รู้ตั้งเท่าไรแล้วก็ยังไม่หาย ตอ