อะไรกับพี่เขยของตนเองเพราะกระดาษฟ้องร้องแผ่นเดียวของนางหรอก กลับเป็นนางต่างหาก เด็กสาวชาวบ้านที่ไม่มีอำนาจ เมื่อเข้าประตูที่ว่าการอำเภอไปแล้วจะมีจุดจบอย่างไรก็ไม่มีใครรู้
“อาเฟิง เจ้าจะไปไหน” หูจ่างหลินเห็นเขารีบร้อนเดินออกไปข้างนอก จึงรีบตามไปถาม
“เข้าเมือง” หูเฟิงตอบเสียงทุ้ม
“ตอนนี้เจ้าจะเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ จื่อยาโถวบอกว่าบาดแผลบนหัวของเจ้ายังไม่หายดี ต้องพักผ่อน” หูจ่างหลินรีบพูด
หากนางอยากให้เขาพักผ่อนจริงๆ นางก็ไม่ควรไปเสี่ยงอันตรายลำพังเช่นนี้
“ข้าไม่เป็นอะไรหรอก ท่านวางใจเถอะ” เขาเปิดประตูลานบ้านออกไป ทว่าเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ศีรษะของเขาก็เริ่มมีอาการปวดจวนเจียนจะระเบิด ตรงหน้ามืดมนเป็นระลอก จนเขาทำได้เพียงต้องค้ำกำแพงหอบหายใจ
“เจ้าดูตัวเองสิ ข้าบอกแล้วไม่ให้เจ้าออกมา เจ้ามีสภาพเป็นอย่างไรแล้วดูสิ” หูจ่างหลินประคองเขากลับเข้าไปในลานบ้าน
“อาเฟิง พ่อรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงจื่อยาโถว แต่เจ้าก็ต้องเป็นห่วงร่างกายของตนเองด้วย จื่อยาโถวลำบากไม่น้อยเลย กว่าจะช่วยชีวิตเจ้ากลับมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าจะเป็นอะไรไปไม่ได้อีกเป็นอันขาด”
หูจ่างหลินประคองบุตรชายตรงไปที่ห้อง ก่อนจะกดร่างเขาลงบนเตียง บังคับให้เขาพักผ่อน
หูเฟิงพยายามฝืนร่างกายลุกขึ้น ทว่าเท้าเพิ่งแตะพื้น เขาก็รู้สึกเวียนศีรษะอย่างยิ่งยวด จนร่างกายล้มลงบนเตียงอีกครั้ง
ชิ้นส่วนความทรงจำในสมองแวบผ่านไปมาตรงหน้าเขาไม่หยุดหย่อน