กสาวจับหน้าผากของตนเองบ้าง น่าจะยังไม่ไข้ต่ำอยู่ นางเลิกผ้าห่มเพื่อลงจากเตียง แล้วหยิบยาผงสำหรับอาการหวัดออกมาจากในกล่องยา ถือโอกาสอตอนที่จ้าวหลานไปตักน้ำมาให้นางล้างหน้า รีบใส่ยาลงในถ้วยชาทันที
ครั้นจ้าวหลานเข้ามาในเรือน นางสูดจมูกพลางถาม “กลิ่นอะไรกัน”
“ข้าเพิ่งกินยา กลิ่นยาเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อยิ้มกล่าว
จ้าวหลานร้องอ๋อเสียงหนึ่ง นางไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงวางกะละมังล้างหน้าไว้บนชั้นวาง “รีบล้างหน้าล้างตาเถอะ ก่อนหน้านี้ข้าเก็บข้าวเช้าไว้ให้เจ้าแล้ว ล้างหน้าเสร็จแล้วก็ไปกินนะ ถือโอกาสไปดูหูเฟิงด้วย ข้าได้ยินพี่หูพูดว่าเมื่อคืนเขาละเมอทั้งคืน สีหน้าท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไรนัก”
ไป๋จื่อรีบล้างหน้าล้างตา แล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อไปทั้งตัวทิ้ง ก่อนจะรีบร้อนไปที่เรือนด้านหน้า
ลุงหูกำลังจัดการเม่นอยู่ในลานบ้าน ครั้นเห็นนางเข้ามา หูจ่างหลินก็หยุดงานในมือลง แล้วกล่าวกับเด็กสาวว่า “จื่อยาโถวมาแล้ว แม่เจ้าบอกว่าเจ้าไข้ขึ้นทั้งคืน ตอนนี้ดีขึ้นแล้วกระมัง”
เด็กสาวหยุดฝีเท้า แล้วตอบท่านลุงหู “ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ไข้ลดแล้ว หูเฟิงเล่า เขาเป็นอย่างไรบ้าง”
“เขาตื่นแล้วเหมือนกัน กำลังกินโจ๊กอยู่ในห้อง เจ้าไปดูเขาสักหน่อยสิ” หูจ่างหลินกล่าว
นางตรงเข้าไปในห้องของหูเฟิง เห็นเขานั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือใต้บ้านหน้าต่าง ในมือถือช้อน โจ๊กในช้อนเย็นชืดหมดแล้ว แต่เขากลับไม่นำมันใส่ปาก สายตาจับจ้องไปท