ำมันออกไปจากที่นี่ดีกว่า ท่านแม่และท่านลุงหูมาแล้ว จะได้ไม่ต้องเข้ามาในเขา”
แม้จะพูดว่านำออกไป ทว่าเรี่ยวแรงของไป๋จื่อในตอนนี้ช่วยอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย แทบจะเป็นอาอู่แบกหามเพียงลำพัง ส่วนนางถือลิ่นที่ตายไปแล้วสองตัว พลางวิ่งสั้นๆ ตามหลังของเขาไป
ทันใดนั้นอาหู่ก็หยุดฝีเท้า หันไปถามไป๋จื่อว่า “เม่นยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย พามันไปด้วยเลยดีหรือไม่ ได้ยินมาว่าเนื้อเม่นมีรสชาติยอดเยี่ยมนัก ทว่าข้ายังไม่เคยกินเลย”
ไป๋จื่อยินดีนัก “เช่นนั้นก็ได้ นำมันกลับไปด้วย กลับไปแล้วข้าจะทำมันให้พวกท่านกิน”
อาอู่ตอบรับด้วยความดีใจ “ตกลง เช่นนั้นเจ้าแบกเม่นไหวหรือไม่ ไม่เช่นนั้นพวกเราลงเขาไปก่อน อีกเดี๋ยวข้าค่อยขึ้นมาอีกรอบ”
เม่นตัวนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าลิ่นไม่เท่าไรนัก แม้จะหนัก ทั้งยังมีหนาม ทว่านางลากมันไปพร้อมกับเดินไปด้วยได้ ไม่จำเป็นต้องแบกขึ้นมา
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้าไหว ท่านเดินนำทางข้าก็พอ ถือว่าระวังทางข้างหน้าไปด้วย ส่วนข้าจะลากมันไปเอง” นางโบกมือให้เขา
อีกฝ่ายแบกเสือตัวหนึ่งก็เหนื่อยพออยู่แล้ว เมื่อนางบอกว่าไม่ต้อง เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงหมุนกายเดินหน้าต่อไป
ทั้งสองคนเดินตามกันลงเขา และเป็นอย่างที่ไป๋จื่อคาดไว้ ไกลออกไปมีรถเทียมม้าคันหนึ่งกำลังเร่งมาทางพวกเขา บนนั้นมีคนนั่งอยู่หลายคน อู๋เจียงเป็นผู้บังคับรถ ด้านหลังนั่งด้วยลุงหูและหลี่เฉิง ทั้งสองชะเง้อคอมองหาอะไรบางอย่างอยู่
อา