ร ขณะกำลังคิดจะว่าไปด้วยกันกับบุตรสาว ทว่ายังไม่ทันพูดอะไร ไป๋จื่อก็รีบร้อนจากไปแล้ว
เวลานี้ท้องฟ้าสว่างโร่ คนที่เดินไปไหนมาไหนในหมู่บ้านเริ่มมากขึ้น เหล่าชาวบ้านระหว่างทางเห็นไป๋จื่อเข้า ต่างก็ล้อมเข้ามทักทายนาง
“จื่อยาโถว เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าและหูเฟิงกันแน่ พวกข้าตามหาเจ้าอยู่นานก็ไม่พบ แล้วเจ้ากลับมาได้อย่างไร”
ไป๋จื่อยิ้มกล่าว “ขอบคุณทุกท่านมากเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้กลับมาเองเช่นกัน ตอนนั้นข้ากับหูเฟิงตกเนินเขา เป็นอาอู่ที่เมื่อคืนลงจากเนินเขาไปช่วยพวกข้ากลับมา”
“มิน่าเล่า เมื่อคืนข้านอนไม่หลับ นั่งร่ำสุราอยู่บนขอบกำแพงลานบ้าน เห็นอาอู่ถือคบเพลิงออกไปพอดี ตอนนั้นข้ายังรู้สึกเป็นห่วงอยู่เลย” ชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าว
ในใจของไป๋จื่อรู้สึกซาบซึ้งนัก ทว่าตอนนี้นางกำลังรีบไปหาปลิง ไหนเลยจะมีกะใจพูดเรื่องสัพเพเหระกับพวกเขา ครั้นนางกำลังจะบอกลา นางพลันนึกขึ้นได้ว่าต้องหากต้องการหาปลิง ถามพวกเขาก็ได้ความแล้วไม่ใช่หรือ พวกเขาทำงานอยู่ในที่นาทั้งวัน จะต้องรู้ว่าจะหาปลิงได้ที่ไหนอย่างแน่นอน
“ท่านลุงหลี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าที่ใดมีปลิงบ้าง” ไป๋จื่อถามท่านลุงหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
หลี่ซานทงมีสีหน้าประหลาดใจ “เจ้าจะหาปลิงไปทำอะไร มันสกปรกจะตายไป!”
“ข้าจำเป็นต้องใช้มันเจ้าค่ะ ท่านรู้หรือไม่ว่าจะหามันได้จากที่ใด”
“เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เกรงว่าจะมีไม่มาก ในนาไม่มีน้ำ เป็นไปได้ว่าจะไม่มี เพียงแต่ไม่รู้ว่าในคูน้ำย