มหนาว บวกกับบาดแผลก่อนหน้านี้ เลือดลมผันผวนเพราะหมาป่าพวกนั้นอีก จึงได้สลบไปเช่นนี้”
“ร้ายแรงหรือไม่” อาอู่ไม่รู้วิชาหมอ ทว่าดูจากท่าทางของแม่นางไป๋แล้ว เกรงว่าจะรักษาได้ยากทีเดียว
ไป๋จื่อกล่าว “ข้ารักษาได้ แต่ต้องพาเขากลับไปก่อน ท่านแบกเขาได้หรือไม่”
อาอู่รีบกล่าว “เรื่องอื่นข้าคงทำไม่เป็น ทว่าเรื่องใช้กำลังนับว่าพอไหว” เขาพูดพลางก้มลงดึงหูเฟิงขึ้นมาแบก
นางเองก็ได้รับลมหนาวเช่นกัน ครั้นลุกขึ้นยืน นางรู้สึกเวียนศีรษะอยู่พักหนึ่ง ทว่าก็ฝืนตนเองไว้ได้ แล้วหยิบมีดดาบขึ้นมา ทั้งยังดึงกระบี่ยาวที่แทงทะลุคอหมาป่าออกมาด้วย ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามอาอู่ไป
ก่อนหน้านี้อาอู่รู้สึกระยะทางค่อนข้างสั้น ทว่าเมื่อได้ลองเดินดูแล้ว กลับยาวไกลราวกับห่างออกไปเป็นพันเป็นหมื่นลี้อย่างไรอย่างนั้น
ยังไม่ทันถึงหน้าหมู่บ้าน ไป๋จื่อสองคนมองเห็นรถเทียมม้าออกมาจากในหมู่บ้านอย่างเร่งรีบ โดยมีลุงหู จ้าวหลาน รวมถึงหัวหน้าหมู่บ้านนั่งอยู่ในตัวรถ
ลุงหูเห็นพวกเขาแล้วเช่นนี้ เขาลุกขึ้นยืนอย่างร้อนรน พลางกล่าวกับไป๋จื่อและอาอู่ที่อยู่ไกลออกไป “นั่นไม่ใช่จื่อยาโถวกับอาอู่หรอกหรือ”
จ้าวหลานและหัวหน้าหมู่บ้านก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน “เป็นพวกเขาจริงๆ”
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว “เมื่อคืนหลังจากอาอู่ตามพวกเรากลับไปแล้ว เขาไปที่ใต้เนินต้นงิ้ว เพราะสงสัยว่าหูเฟิงและจื่อยาโถวจะตกลงจากเนินต้นงิ้ว”
หูจ่างหลินทนรอไม่ไหวแล้ว เขาเหลือบเห็นอาอู่แบ