หูเฟิงก็เหงื่อออกช้าลงบ้าง
ครั้นเพิ่งตากเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไว้ข้างเปลวไฟ หูเฟิงก็ตื่นขึ้นมา ขณะลืมตาขึ้น เขาเห็นไป๋จื่อตากเสื้อผ้าอยู่ข้างกองไฟ ท้องฟ้ามืดสนิทโดยสิ้นเชิงแล้ว เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยามใด และไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองหลับไปนานแค่ไหน แต่เขาไม่ได้ปวดศีรษะมากเหมือนตอนแรกแล้ว รู้สึกสบายตัวขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
เขาลุกขึ้นนั่งบนพื้น ทำให้เสื้อผ้าที่คลุมร่างอยู่ร่วงหล่น คราวนี้เขาถึงจะพบว่าแท้จริงแล้วตนเองเปลือยกายนอนอยู่ที่นี่
ทันทีที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ไป๋จื่อก็หันกลับไป นางเห็นเสื้อผ้าบนตัวของหูเฟิงไหลลงมาพอดี เนื้อกายที่สมบูรณ์แบบนั้นก็ปรากฏแก่สายตาของนางอีกครั้ง
นางหันกลับไปอย่างรวดเร็ว พลางกล่าวพร้อมใบหน้าแดงเถือก “รีบใส่เสื้อผ้าเร็ว จะได้ไม่เป็นหวัดเอา”
เขินหรือนี่ เหมือนตอนที่นางเห็นเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องไม่มีผิด
ชายหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ทั้งเสื้อและ…กางเกงของเขา…เด็กสาวคนนี้นี่ เหตุใดถึงต้องถอดกางเกงออกด้วย
หูเฟิงมองแผ่นหลังของนาง ก่อนจะกล่าวคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม “เจ้าก็รู้จักเขินเหมือนกันหรือ ในเมื่อเขิน แล้วเหตุใดต้องถอดเสื้อผ้าของข้าออกด้วยเล่า”
ไป๋จื่อกระเอมเสียงเบา ไม่ได้หันกลับไปมอง “เจ้าคิดว่าข้าอยากทำหรือ หากไม่ใช่เพราะว่าข้าเห็นเจ้ามีไข้สูงไม่ยอมลด เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายให้เจ้า ข้าก็คงไม่ถอดเสื้อผ้าของเต้าออกหรอก พูดเหมือนกับใครๆ ก็อยา