ร ถึงแม้จะอยากแก้แค้น แต่ก็ไม่รู้ว่าควรตามหาตัวใคร
ตอนนี้กลับต่างออกไป เขามีความทรงจำมามกาย มีพ่อที่รักและทะนุถนอมเขาจากใจจริง มีครอบครัวที่แม้จะยากจน แต่ก็อบอุ่นนัก
โดยเฉพาะหลังจากที่เขารู้จักกับไป๋จื่อ ความทรงจำของเขาก็เปี่ยมล้นและมีสีสันมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มมีรอยปริแตก และภายในรอยแตกนั้น เขาเห็นเงาร่างอื่นนอกจากตัวเขาเองด้วย
สถานที่ที่ไม่ใครอาศัยอยู่มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือมีกิ่งไม้สำหรับใช้เป็นฟืนมากมายทีเดียว
ไม่นานนางก็มาเก็บฟืนมาได้กองหนึ่ง กะประมาณจากสายตาแล้วน่าจะพอผ่านค่ำคืนนี้ไปได้
ไป๋จื่อเสียแรงไปไม่น้อย ในที่สุดก็สุมกองไฟเล็กๆ ได้ ขณะมองควันไฟพวยพุ่งขึ้นจากกองฟืน นางก็นึกถึงปลาและกุ้งที่เห็นตอนตักน้ำตรงริมลำธาร
“เจ้าจะไปไหนอีก” หูเฟิงยื่นมือไปจับมือของนางไว้ มือของนางเล็กจริงๆ แม้จะเล็ก แต่กลับนุ่มนวล เมื่อจับไว้ในมือแล้วก็ไม่อยากปล่อยไปอีก
ไป๋จื่อออกแรงดึงมือตัวเองกลับไป ก่อนจะชี้ไปยังลำธารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก “เมื่อครู่ข้าเห็นว่ามีปลาอยู่ตรงนั้น อย่างไรพวกเราก็ต้องมีอาหารกิน ตอนนี้ก่อไฟได้แล้ว จับปลามาย่างกินสักสองตัวน่าจะไม่เลว”
“ข้าพอจับปลาได้อยู่ ข้าไปเอง” หูเฟิงกล่าว เขาค้ำฝ่ามือลงกับพื้นดิน พยายามดิ้นรนลุกขึ้นยืน แต่กลับไร้เรี่ยวแรงทำตามใจ ล้มลงกลับไปนั่งที่เดิม
เด็กสาวรีบกดไหล่ของเขาเอาไว้ แล้วยิ้มกล่าวว่า “เจ้าพักอยู่ที่นี่อย่างสบาย