ที่ปล่อยธนูออกมาจากในป่าไม่ยอมหยุดออกมา จู่ๆ รถม้าก็วิ่งไปอย่างบ้าคลั่ง และบนรถม้ายังมีไป๋จื่ออยู่ด้วย
เขาห้อตะบึงตามรถม้าไปในทันที
ม้าวิ่งอยู่บนทางนาราวกับเป็นบ้า ไป๋จื่ออยากคว้าบังเหียนไว้ ทว่าตัวรถสั่นสะเทือนมากจริงๆ จนข้าวของภายในกลิ้งเกลือกไปมา นางไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้โดยสิ้นเชิง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการดึงบังเหียนบังคับม้าเลย
ทางภูเขาข้างหน้าคดเคี้ยวขึ้นเรื่อยๆ หากยังวิ่งโคลงเคลงไปข้างหน้าต่อไป ไม่นานรถม้าก็จะแยกชิ้นส่วน ไป๋จื่ออาจจะตกหน้าผาไปพร้อมกับรถม้าก็เป็นได้
หูเฟิงตามรถม้าไปอย่างเต็มกำลัง เขาเหมือนกับเทพสวรรค์ที่ลงมาจุติจากเบื้องบน ปรากฏกายต่อหน้าไป๋จื่อที่กำลังหมดหนทางและตกใจกลัว แล้วยื่นมือให้นาง “มานี่เร็ว”
วินาทีที่นางเห็นเขา ความตกใจและหวาดกลัวก็พลันหายไปเป็นปลิดทิ้ง นางรู้ว่าขอเพียงมีเขาอยู่ ก็ย่อมไม่มีทางเกิดอันตราย ขอเพียงมีเขาอยู่ ไม่ว่าอะไรนางก็ไม่กลัวทั้งนั้น
นางยื่นมือไปให้เขา ก่อนที่เขาจะจับมือนางไว้แน่นขนัด แล้วออกแรงดึงนางเข้าหาหน้าอกของตนเอง เขาโอบเอวบางของนางด้วยแขนข้างเดียว สุดท้ายก็กระโจนตัวครั้งหนึ่ง เพื่อกระโดดลงจากรถม้าบ้าคลั่งที่สูญเสียการควบคุมไปแล้ว
ทว่าสวรรค์ไม่เป็นใจ ขณะที่เขาพานางกระโดดออกจากรถม้า บนภูเขาพลันมีหินขนาดยักษ์ถล่มลงมานับไม่ถ้วน กำลังพุ่งใส่พวกเขาอย่างแรง
หูเฟิงโอบไป๋จื่อหลบหลีกอยู่ระหว่างหินก้อนใหญ่ที่กลิ้งเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง