นกลับมีความรู้สึกเป็นหมื่นเป็นพันปรากฏขึ้นมาโดยพลัน
หลังจากนึ่งซาลาเปาและหมั่นโถวเสร็จแล้ว นางก็ทอดแป้งทอดอีกเล็กน้อย แล้วค่อยนำชิ้นปลาและเนื้อวัวที่หมักเกลือไว้ก่อนหน้านี้มาทำเป็นเนื้อสัตว์บด ก่อนจะใส่ไว้ในไหขนาดเล็ก จะได้พกพาสะดวกและไม่หกง่าย เมืองชิงหยวนห่างจากเมืองหลวงถึงร้อยลี้ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเดินทางกี่วัน เดินทางยามค่ำคืนย่อมเป็นเรื่องที่ขาดไปไม่ได้ พกเสบียงอาหารไปมากหน่อยนับเป็นเรื่องดี
ครั้นฟ้าสาง นางก็บังคับรถม้าออกจากบ้านไปพร้อมกับหูเฟิง
จินเสี่ยวอันกล่าวว่า พวกเขาจะออกจากเมืองในยามซื่อ[1] แม้เร่งไปในตอนนี้จะยังเช้าไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าไปสายมากนัก
มื่อมาถึงนอกประตูเมืองก็เพิ่งยามเฉิน[2]เท่านั้น ห่างจากยามซื่ออีกหนึ่งชั่วยาม ทว่าดวงตะวันกลับลอยขึ้นสูงเสียแล้ว แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วงยังคงร้อนระอุ หูเฟิงจึงลากรถม้าไปอยู่ใต้ร่มไม้ ปล่อยให้ม้ากินหญ้า ส่วนเขาและไป๋จื่อนั่งอยู่ข้างรถม้า พลางกินหมั่นโถวที่นำมาด้วย
……….
ตอนที่ 278 องครักษ์หลี่ผู้เย่อหยิ่ง
ยามซื่อ รถม้าหรูหราคันหนึ่งค่อยๆ ออกมาจากประตูเมือง ตามมาด้วยองครักษ์อีกสิบกว่าคน แต่ละคนท่าทางขึงขัง ตรงเอวเหน็บดาบหรือกระบี่เอาไว้ด้วย
ไป๋จื่อเห็นจินเสี่ยวอันควบม้าติดตามอยู่ข้างๆ รถ นางจึงรีบเดินออกจากรถม้าของตนเอง แล้ววิ่งสั้นๆ ไปถึงหน้าขบวนรถ
“ใครมาขวาง ยังไม่หลีกไปอีก” องครักษ์ที่บังคับม้าอยู่ข้างหน้าตะคอกใส่ไป๋จื่อ
เด็