กสาวพลันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “พี่ชายท่านนี้ ข้าเป็นสหายของคุณชายเมิ่ง ข้า…”
บุรุษที่ดูกำยำล่ำสันคนนั้นตัดบทของนางทันที ก่อนจะแค่นหัวเราะ “เด็กสาวชาวบ้านอย่างเจ้าคู่ควรเป็นสหายของคุณชายข้าด้วยหรือ? ยังไม่รีบไสหัวไปอีก” เขาดึงแส้ยาวๆ ตรงเอวออกมา เงื้อขึ้นหมายจะฟาดไปทางไป๋จื่อ
ไป๋จื่อคิดไม่ถึงเลย ว่าคนตรงหน้ายังไม่ทันถามอะไรจากนางให้ชัดเจน ก็จะฟาดแส้ใส่คนเสียแล้ว
ขณะที่นางกำลังจะเบี่ยงตัวหลบ กลับเห็นมือข้างหนึ่งพลันปรากฏอยู่เบื้องหน้านาง คว้าแส้ยาวที่ฟาดมาหานางได้อย่างแม่นยำ
สายตาเย็นชาของหูเฟิงจ้องเขม็งไปที่บุรุษบนหลังม้า เขาออกแรงมือข้างที่จับแส้ยาวครั้งหนึ่ง ลากองครักษ์ผู้นั้นลงจากหลังม้าอย่างแรง ทำให้เขาล้มลงตรงหน้าของไป๋จื่อราวกับสุนัขตัวหนึ่งก็ไม่ปาน
องครักษ์ทั้งหมดเห็นดังนั้น ก็พากันชักดาบที่อยู่ตรงเอวออกมา
จินเสี่ยวอันที่รั้งท้ายเห็นขบวนรถหยุดลงอย่างกะทันหัน ทั้งยังได้ยินเสียงชักดาบดังขึ้นอีกระลอกหนึ่ง เขาจึงเร่งขึ้นมาสังเกตการณ์ที่ด้านหน้า
เขาเห็นองครักษ์สิบกว่าคนที่สกุลเมิ่งส่งมา กำลังถือดาบต่อกรกับไป๋จื่อและหูเฟิงที่ไร้อาวุธ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันที ก่อนจะตะคอกอย่างมีน้ำโห “พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน พวกเขาเป็นสหายของคุณชาย”
เมื่อเหล่าองครักษ์ได้ยินดังนั้น พวกเขาก็รีบเก็บดาบ แต่ความโมโหบนใบหน้ากลับยังคงไม่จางหายไป
พวกเขาเป็นองครักษ์ชั้นหนึ่งของจวนสกุลเมิ่งแห่งเมืองหลวง แม้จะเป็