เมิ่งหนานส่ายหน้า “ไม่เคยดื่ม ทว่าเคยได้ยิน สตรีชอบชานี้มากมายทีเดียว หากเจ้าอยากดื่ม ข้าจะวานคนให้จัดหามาให้สักหน่อย”
ไป๋จื่อรีบโบกมือ “ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าเพียงถามไปเรื่อยเปื่อย ปกติข้าไม่ได้ดื่มชามากเท่าไร เพราะข้าไม่ได้ชื่นชอบอยู่แล้ว”
หูเฟิงชำเลืองมองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง ทว่าไม่ได้พูดอะไร เขาหมุนกายเดินไปนั่งลงอีกด้านหนึ่งของไป๋จื่อ ก่อนจะช้อนสายตามองไปยังเมิ่งหนาน “สกุลเมิ่งของพวกเจ้าต้องเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงแน่นอนกระมัง”
เมิ่งหนานพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก “อืม นับว่าใช่”
จินเสี่ยวอันที่อยู่ข้างๆ รีบพูดต่อ “นับว่าใช่อะไรกันเล่าขอรับ สกุลเมิ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองหลวง หากนี่ไม่นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ เช่นนั้นตระกูลประเภทใดถึงจะนับได้เล่า”
เมื่อพูดถึงสี่ตระกูลใหญ่ ในหัวของหูเฟิงพลันปรากฏความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา เร็วมาก เขาพยายามจะไขว่คว้าพวกมันไว้ แต่กลับไม่ได้อะไรเลย จึงต้องปล่อยพวกมันจางหายไปเช่นนั้น
ไป๋จื่อถามด้วยสีหน้าใคร่รู้ “ใหญ่ถึงขั้นไหนเจ้าคะ เท่าตระกูลของชนชั้นสูงหรือไม่”
จินเสี่ยวอันเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง พลางยิ้มอย่างลำพองใจ “แม้จะไม่เทียบเท่าชนชั้นสูง แต่ก็เหนือกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปมาก เพราะอาหญิงของคุณชายข้า คือพระชายาซูเฟย[1]ที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันโปรดปรานมากที่สุด”
ไป๋จื่อนึกถึงประกาศสำนักราชวังที่เคยเห็นในเมืองก่อนหน้านี้ “ไม่ใช่กระมัง หากพระชาย