้นเช็ดหางตาที่แห้งกรังของนาง ราวกับว่ามีน้ำตาไหลอาบลงมาจริงๆ อย่างไรอย่างนั้น
หูจ่างหลินไม่ตกหลุมพรางนาง เขาโบกมือกล่าวว่า “พวกเจ้าอย่ามาพูดกับข้าเลย เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลยสักนิด”
หญิงชราพลันกล่าวขึ้นมาทันควัน “ข้ารู้ๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าจริงๆ นั่นแหละ แต่เจ้าก็เห็นสภาพของพวกข้าแล้ว เจ้าให้ข้ายืมเงินก่อนสักสิบตำลึงได้หรือไม่ เมื่อรักษาเจ้าใหญ่หายดี พวกข้าจะคิดหาวิธีนำเงินมาคืนเจ้า”
“คิดหาวิธีนำเงินมาคืนข้า? คิดหาวิธีอะไร คืนอย่างไร อาศัยข้าวสาลีสองหมู่ที่ตอนนี้มีแต่วัชพืชทั้งผืนของพวกเจ้ารึ เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวสาลีสองหมู่นั้นได้แล้ว จะขายได้เป็นเงินถึงสิบตำลึงเลยหรือ” หูจ่างหลินพูด
ให้พวกนางยืมเงิน ก็ไม่ต่างอะไรกับให้เนื้อไปกับสุนัข ย่อมไม่มีทางได้กลับคืนมา
หลิวซื่อก็ยิ้มเจื่อนๆ เช่นกัน “เจ้าพูดอะไรของเจ้ากัน ถึงพวกข้าจะคืนไม่ได้ แต่จ้าวหลานมีเงินไม่ใช่หรือ นางคืนเงินแทนพวกข้าได้ เจ้าวางใจเถอะ”
หูจ่างหลินรู้อยู่แล้วว่าพวกนางจะมาไม้นี้ แต่ฝันไปเสียเถอะ
“พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอีกแล้ว ข้าไม่มีเงินให้ยืม ไปเสีย พวกข้าสกุลหูไม่ต้อนรับพวกเจ้า” หูจ่างหลินพูดจบก็ไล่พวกนางออกไป
สำหรับคนเช่นนี้แล้ว ยิ่งไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอะไรทั้งนั้น พวกนางก็ไม่หวังให้ใครไว้หน้าพวกหน้าเช่นกัน ทว่าเวลาที่พวกนางได้รับผลประโยชน์แล้ว ก็ย่อมเหยียบย่ำผู้อื่นอย่างลำพองใจ
หญิงชราและหลิวซื่อถูก