ความเหิมเกริมของพวกนางหายไปมากกว่าครึ่งในทันที
อาอู่ที่อยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็มีสีหน้าโกรธขึ้งโดยพลัน น้าหลานและแม่นางไป๋เป็นคนดีมาก คิดไม่ถึงเลยว่าพวกนางจะเคยตรากตรำอยู่ในน้ำมือของสตรีชั่วสองคนนี้มาก่อน
หญิงชรายื่นมือไป หมายจะจับแขนของจ้าวหลานไว้ รั้งให้พูดคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ทว่าอาอู่กลับดันนางไปอีกด้านหนึ่ง “จะพูดก็พูด ไยต้องใช้กำลัง”
หลิวซื่อรีบร้อนเข้าไปประคองแม่สามีที่ถูกอาอู่ดันออกมา ก่อนจะร้องเสียงแหลม “เจ้าเป็นใคร เรื่องในครอบครัวของพวกข้า เจ้าจะเข้ามายุ่งได้หรือ” ดวงตาโหดเหี้ยมของนางพิจารณาอู่ตามอำเภอใจ นางแค่นหัวเราะพลางกล่าวว่า “หรือจ้าวหลานจะรังเกียจที่หูจ่างหลินอายุมาก ใช้งานไม่ได้ จึงชอบพอชายชาตรีอายุน้อยเช่นเจ้ากระมัง เจ้าเป็นคู่ครองใหม่ของนางรึ”
ทันทีที่อาอู่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็บันดาลโทสะโดยสิ้นเชิง ถลกแขนเสื้อขึ้น ต้องการจะเข้าไปโต้แย้ง
จ้าวหลานรีบเรียกเขาไว้ “อาอู่ อย่าไปสนใจพวกนาง แต่ไหนแต่ไรพวกนางก็ชอบจาโดยไร้มูลเหตุเช่นนี้ หากเจ้าแตะต้องพวกนางแม้แต่ปลายนิ้ว พวกนางคงได้แกล้งนอนเจ็บไข้เป็นเดือนแน่”
คำพูดของจ้าวหลานสะกิดเส้นประสาทของหลิวซื่อและหญิงชราเข้าให้แล้ว!