อย่าได้ลืมบุญคุณ เนรคุณคน หลายปีมานี้หากไม่ใช่เพราะมีสกุลไป๋ เจ้าจะมีวันนี้ได้หรือ จื่อเอ๋อร์ของเจ้าจะเติบใหญ่มาได้อย่างสงบสุขหรืออย่างไร วันนี้เจ้าใหญ่กำลังลำบาก เจ้าเห็นคนจะตายแต่ไม่ช่วยไม่ได้”
ลืมบุญคุณ? เนรคุณคน?
ลืมบุญคุณอะไร? แล้วเนรคุณอะไรกัน?
จ้าวหลานอยากจะหัวเราะ คำพูดโบราณเหล่านั้นช่างไม่มีความหมายเลยสักนิด นางไม่อยากพูดจามากความกับพวกนางแล้ว จึงถอนหายใจเสียงหนึ่ง แล้วพูดกับอาอู่ “ข้าจะกลับไปก่อน เจ้าเข็นรถกลับไปคนเดียวได้หรือไม่”
อาอู่รีบตอบ “ได้ขอรับ ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้าอยู่ลำพังได้”
เมื่อเห็นจ้าวหลานจะไปแล้ว หญิงชราและหลิวซื่อก็รีบขวางนางไว้ ฝ่ายหญิงชรากล่าวว่า “เจ้าไปไม่ได้ เจ้าใหญ่บาดเจ็บ กำลังรอเงินไปรักษา เจ้าจะไม่สนใจไม่ได้ ครั้งก่อนเจ้ามือหัก ข้าก็นำเงินสองตำลึงออกมารักษาให้เจ้าไม่ใช่หรือ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่สองตำลึง แต่เป็นสี่ตำลึง สี่ตำลึงเงินเต็มๆ เชียวนะ เจ้าอย่าได้บอกว่าลืมไปหมดแล้ว”
จ้าวหลานจ้องมองหญิงชราตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา “ข้าไม่ลืมหรอก ยิ่งไม่ลืมด้วยว่ามือของข้าหักได้อย่างไร และลูกสาวของข้าถูกสองแม่สามีและสะใภ้ใหญ่อย่างพวกเจ้าตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดอย่างไร เจ้ายังมีหน้ามาขอเงินจากข้าอีกหรือ คิดว่าข้าจะให้งั้นสิ?”
หญิงชราและหลิวซื่อต่างก็ตะลึงงัน เพราะพวกนางไม่เคยเห็นท่าทางเช่นนี้ของจ้าวหลานมาก่อน เย็นชา แม้กระทั่งเมินเฉย สีหน้าของนางทำให้ไฟโทสะที่เกิดจาก