องถังไม้อีกใบหนึ่งก็ไม่ต่างกัน ไม่เหลือน้ำแกงข้าวให้กินแม้สักคำ…
เดิมทีแล้วยังเหลืออยู่ ทว่าจ้าวหลานให้อู๋เจียงและหลี่เฉิงนำกลับบ้านไปให้ภรรยาและลูกของพวกเขากินแล้ว ดังนั้นในตอนนี้จึงไม่เหลืออะไรเลยแม้สักนิด
จ้าวหลานมุ่นคิ้วมองพวกนาง “พวกเจ้ากำลังทำอะไร แย่งสิ่งของรึ”
หลิวซื่อพลันโมโหขึ้นมา นางโยนผ้าฝ้ายที่จับไว้ในมือลงบนพื้นอย่างแรง “ข้ามาแย่งอะไรของเจ้า ในถังนี้ไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว แล้วข้าแย่งอะไรของเจ้ากัน”
จ้าวหลานไม่อยากมีเรื่องกับนาง ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ หลิวซื่อหน้าแดงเถือกไปหมด ช่างไม่น่ามองเลยจริงๆ
นางหันไปพูดกับอาอู่ “อาอู่ พวกเรากลับกันเถอะ อย่าไปสนใจพวกนาง”
หญิงชราถึงตามองหลิวซื่อครั้งหนึ่ง นับเป็นการตำหนิที่นางแสดงอารมณ์โกรธในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่รู้จักดูเลยว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร พวกนางต้องการขอร้องจ้าวหลาน ยังไม่ได้เงินมาถึงมือ ก็ระบายโทสะออกมาเช่นนี้แล้ว นี่ไม่เท่ากับตัดหนทางของตนเองหรือ
นางหัวเราะพลางพูดกับจ้าวหลานว่า “หลานจื่อ อย่าถือสาพี่สะใภ้ของเจ้าเลยนะ นางก็อารมณ์ร้อนเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร จะสนใจนางไปไย เจ้ามานี่สิ ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
สตรีสูงวัยยื่นมือไป หมายจะจับแขนของจ้าวหลาน อยากจะพานางไปพูดคุยกันอีกด้านหนึ่ง
แต่จ้าวหลานกลับหลบเลี่ยงการสัมผัสของอดีตแม่สามี ก่อนจะกล่าวเสียงเย็น “ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับพวกเจ้า”
หลิวซื่อแหวเสียงแหลม “หลานจื่อ เจ้า