่อของเจ้ากับท่านอาเถอะ หากเจ้าไม่ไป แล้วท่านอาของเจ้าจะหาเขาเจอได้อย่างไรกัน ไม่เช่นนั้นหาจนฟ้าสว่างก็อาจจะหาไม่เจอก็เป็นได้”
ต้าเป่ารู้สึกจนใจนัก ทำได้เพียงลุกขึ้นออกจากบ้านไปกับเจ้ารอง ระหว่างทางให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยชายเสื้อของอีกฝ่าย ดวงตามองไปรอบสี่ทิศอย่างหวาดหวั่น ราวกับกวางน้อยที่ตื่นตกใจกลัวก็ไม่ปาน
เจ้ารองร้อนใจนัก ทว่าต้าเป่าเดินช้าเหลือเกิน จะเรียกว่าเป็นความเร็วระดับหนึ่งยังไม่ได้เลย เขาจึงหันไปกล่าวกับหลานชายตนเองอย่างอดไม่ได้ “ต้าเป่า เจ้าเป็นผู้ชายอกสามศอก ทว่าเหตุใดถึงได้ใจเสาะเช่นนี้ ขืนเจ้ายังไม่เร่งความเร็วอีกล่ะก็ พ่อของเจ้าคงไม่รอดแน่” ครั้นกล่าวจบ เขาก็คิดจะสะบัดแขนของต้าเป่าออก แล้วลากเด็กหนุ่มให้เดินเร็วขึ้น
ต้าเป่าพลันสะดุ้งตกใจเพราะการกระทำอย่างฉับพลันของท่านอารอง ทำให้ตัวสั่นจนตกลงไปในคูน้ำด้านข้าง และเพราะเขาจับชายเสื้อของท่านอารองอยู่ตลอด จึงทำให้แม้แต่ท่านอารองของเขาก็ตกลงไปในคูน้ำด้วย
ในคูมีน้ำอยู่ไม่มาก ทว่าดินเลนกลับไม่น้อยเลย ครั้นทั้งสองคนปีนขึ้นมาได้แล้ว ต่างก็มีแต่โคลนเลนเปื้อนเต็มหน้าเต็มตัวไปหมด
เจ้ารองโมโหเป็นอย่างยิ่ง ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาแสดงอารมณ์โกรธ ต้องรีบไปหาพี่ชายของตนก่อน ขออย่าให้เขาถูกงูกัดเลยเถิด ไม่เช่นนั้นแล้ว สถานะการเงินของที่บ้านคงจะน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง…
เขาลากต้าเป่าเดินไปข้างหน้าอย่างเร่งร้อน
“ตรงนี้แหละ ข้างหน้านี้