นอ่อนนุ่มมาก เพียงแค่ลงจอบหนึ่งครั้ง ก็เก็บแตงดินออกมาได้กองใหญ่แล้ว พวกเขานำถุงผ้ามาด้วยสองใบ ไม่นานนักก็เก็บแตงดินใส่ลงทั้งสองถุงจนเต็ม
“ท่านพ่อ แตงดินนี้ปลูกได้ดีจริงๆ แต่ละหัวมีขนาดใหญ่มาก ท่านว่าแตงดินสองถุงนี้พวกเราจะกินได้กี่วัน”
เจ้าใหญ่กล่าวด้วยความปีติ “ไม่ต้องห่วงว่าจะกินได้นานเท่าไร กินหมดแล้วพวกเราค่อยมาอีก ต่อไปที่ดินผืนนี้ก็คือโรงเสบียงของสกุลไป๋พวกเรา”
ไป๋ต้าเป่านึกถึงความลำบากที่สกุลไป๋ได้พบเจอก่อนหน้านี้ จึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย “ท่านพ่อ หากนางเด็กไป๋จื่อรู้เข้า นางจะปล่อยพวกเราไปหรือ”
ผู้เป็นบิดาแค่นหัวเราะ “นางจะทำอะไรพวกเราได้ ว่ากันว่าหากจะจับขโมย ก็ต้องจับหัวโจกให้ได้ก่อน พวกเรากลับไปแล้ว ซ่อนแตงดินพวกนี้ไว้อย่างดี ต้องซ่อนให้นางหาไม่เจอ ให้ตายอย่างไรพวกเราก็อย่าได้ยอมรับ เช่นนั้นแล้วนางจะทำอะไรพวกเราได้เล่า”
เมื่อไป๋ต้าเป่าเห็นบิดาพูดด้วยความมั่นใจถึงเพียงนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาไม่น้อย เขายิ้มกล่าวว่า “ท่านพ่อ พวกเรารีบกลับไปกันเถิด ข้าหิวจนจะเป็นลมแล้ว กลับไปต้องรีบกินให้อิ่มท้องสักมื้อ”
สองพ่อลูกแบกแตงดินกลับไปกันคนละถุง หลังจากเดินไปได้ครึ่งทางแล้ว ไป๋ต้าเป่าได้ยินเสียงแปลกๆ ดังขึ้นระลอกหนึ่ง เบามาก แต่กลับเข้าหูของเขาอย่างแจ่มชัดยิ่ง
“ท่านพ่อ ได้ยินหรือไม่”
เจ้าใหญ่ส่ายหน้า “ไม่มีนี่ เจ้าได้ยินอะไร”
“มีเสียงอะไรบางอย่าง ดูเหมือน…จะดังมาจ