แม่หรูเอ๋อร์เช็ดน้ำตาที่หางตาแล้ว นางก็กล่าวด้วยใบหน้าเหนียมอาย “ข้ามีนามว่าซู่เอ๋อ จ้าวซู่เอ๋อ”
จ้าวหลานยิ้มกล่าว “ข้าก็แซ่จ้าวเช่นกัน ที่แท้ก็เป็นคนสกุลเดียวกันนี่เอง!”
ขณะที่จ้าวหลานและจ้าวซู่เอ๋อพูดคุยกัน ไป๋จื่อก็ถือโอกาสที่พวกนางไม่สนใจ ฉีดยาลดไข้เข้าไปในร่างกายของหรูเอ๋อร์ทันที
ยาในกล่องปฐมพยาบาลล้วนเป็นยาที่มีฤทธิ์รุนแรง แม้กระทั่งรุนแรงกว่ายาทั่วไปมากนัก จึงสามารถลดไข้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีผลข้างเคียงหนึ่งเช่นกัน นั่นก็คือหลังจากไข้ลดแล้ว อาจจะมีอาการไข้ขึ้นได้ซ้ำอีกสองถึงสามครั้ง ทว่าอุณหภูมิร่างกายจะไม่สูงถึงสี่สิบองศาอีก นับว่าผ่านช่วงวิกฤติไปได้ เมื่อไข้ขึ้นอีกครั้ง นางจะใช้วิธีฝังเข็มเพื่อลดไข้ให้เด็กหญิง เช่นนั้นไม่มีผลข้างเคียง
หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว ไป๋จื่อก็กกล่าวกับจ้าวหลานและจ้าวซู่เอ๋อว่า “ข้าจะไปหาคนในหมู่บ้านมาเก็บแตงดินสักหน่อย พรุ่งนี้เช้าเถ้าแก่เฉินจากร้านสือเค่อจะส่งคนมารับ ไม่อาจล่าช้าได้”
จ้าวซู่เอ๋อรีบกล่าว “ข้าช่วยด้วยได้หรือไม่ ข้าทำงานได้ทุกอย่างเลยนะ”
ไป๋จื่อยิ้มจางๆ “พี่สะใภ้ สิ่งที่ท่านควรทำในตอนนี้ก็คือดูแลหรูเอ๋อร์ให้ดี เมื่อหรูเอ๋อร์หายแล้ว ข้าย่อมมีงานให้ท่านทำแน่เจ้าคะ”
ในใจของจ้าวซู่เอ๋อยังกังวลเรื่องบุตรสาวอยู่ไม่คลาย แต่เมื่อได้ยินวาจาของไป๋จื่อ นางก็พลันตื้นตันจนขอบตาแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
เด็กสาวรีบร้อนออกไป เดินวนอยู่ในหมู่บ้าน