นนั้นได้อย่างไร จื่อยาโถว เจ้าอย่าได้กลัวไปเลย แต่เจ้าต้องมาหาข้าที่เมืองหลวงนะ”
เด็กสาวพยักหน้าอีกครั้ง พลางกล่าวในใจ ‘ข้าบอกแล้ว ขอเพียงข้าไปเมืองหลวง จะต้องไปหาท่านอย่างแน่นอน แต่หากชีวิตนี้ข้าไม่ไปเมืองหลวง…เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้แล้ว…’
แน่นอนว่านางไม่กล้าพูดในตอนนี้ หากพูดออกไป เมิ่งอาจจะโกรธขึ้นมาอีกก็ได้
บุรุษผู้นี้เมื่อน้อยใจขึ้นมาแล้ว นับว่าร้ายแรงกว่าสตรีเสียอีก
“พี่เมิ่ง วันนี้ข้ามาเพราะอยากขอให้ท่านช่วย”
“มีเรื่องอะไรอยากให้ข้าช่วย หรือคนสกุลไป๋รังแกเจ้าอีกแล้ว” เมิ่งหนานรีบถาม
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ พวกเขาไม่กล้าหรอก ข้ามีหูเฟิงอยู่ด้วยทั้งคน พวกเขาไม่กล้าทำกับข้าเช่นนั้นแน่”
เมิ่งหนานปรายตามองหูเฟิงที่ยืนอยู่ข้างนอกเรือน ก่อนจะมีเสียง ‘ชิ’ ดังตามขึ้นมา “เขาช่างมีประโยชน์เสียจริง นอกจากต่อยตีและเข่นฆ่าได้แล้ว เขายังทำอะไรได้อีก รับมือกับคนเลวพรรค์นั้น ต้องให้คนอย่างข้าไปจัดการสิถึงจะถูก”
เดิมทีหูเฟิงก็มีไฟสุมอยู่ในอกอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เขาก็ยิ่งโมโหจนต้องก้าวไปข้างหน้า แย่งพูดในทันทีว่า “เจ้าเก่งถึงเพียงนั้นก็อย่ากลับเมืองหลวงเสียสิ อยู่ที่เมืองชิงหยวนเป็นผู้พิทักษ์ของนางให้ดี”
ทันใดนั้น เมิ่งหนานพลันหมดคำพูดจะโต้เถียง หากเขาไม่ใช่คุณชายของสกุลเมิ่ง หากเขาไม่ใช่ใต้เท้าเมิ่งที่ชาวบ้านรู้จักกันไปทั่ว เขาก็ไม่อยากจากที่นี่ไปยังเมืองหลวงเช่นกัน
ไป๋จื่อ