ใจตรงกันจริงๆ ไม่ต้องเอ่ยปากก็รู้ใจแล้ว!”
เถ้าแก่ยิ้มอย่างเบิกบานใจ ไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมเพื่อประจบเอาใจ แต่เป็นรอยยิ้มจากใจจริง ท่าทางความสัมพันธ์ของเขากับเมิ่งหนานคงไม่ได้ธรรมดาเหมือนกับเถ้าแก่ร้านกับแขกธรรมดาทั่วไป
หลังจากนั้นเมิ่งหนานก็เบี่ยงตัว แนะนำกับเถ้าแก่เฉินว่า “นี่คือไป๋จื่อ สหายของข้า วันนี้ข้าตั้งใจพานางมาหาเจ้าโดยเฉพาะ เจ้าได้ลาภปากแล้ว”
เมื่อได้ยินว่ามีลาภปาก เถ้าแก่เฉินก็ยิ้มตาหยีในทันที “ข้าชอบกินเป็นที่สุด ว่าแต่เจ้านำของอร่อยใดมาด้วยหรือ”
ไป๋จื่อกล่าว “เถ้าแก่เฉิน คืออย่างนี้เจ้าค่ะ วันนี้ข้านำแตงดินที่ข้าปลูกเองมาด้วย อีกเดี๋ยวข้าจะใช้แตงดินทำอาหารให้ท่านชิมดูสองจานนะเจ้าคะ”
ครั้นเด็กสาวพูดคำว่าแตงดินออกมา เถ้าแก่เฉินก็พลันขมวดคิ้ว “แตงดิน? เคยมีคนกินสิ่งนี้แล้วตาย เจ้ายังกล้าปลูกได้อย่างไร”
“แตงดินเป็นของดีเจ้าค่ะ ข้าเคยได้ยินว่ามีคนกินแล้วตายเช่นกัน แต่นั่นเป็นเพราะวิธีกินของพวกเขาไม่ถูกต้อง พวกเขากินแตงดินที่มีคุณภาพลดลงเข้าไป ถึงได้ถูกพิษ ขอเพียงแตงดินสดใหม่มากพอ ก็จะไม่มีพิษอยู่ในนั้น อีกอย่าง ผู้ที่กินแตงดินแล้วถูกพิษในทีแรกก็มีเพียงไม่กี่คน ทว่าหลายคนกินแล้วก็ไม่เป็นอะไร นี่เท่ากับไขปัญหาได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ไป๋จื่อยิ้มกล่าว
เถ้าแก่เฉินลองคิดทบทวนดู ก็รู้สึกว่าเป็นอย่างที่ไป๋จื่อว่า ทีแรกที่ร้านสือเค่อก็ขายแตงดินเช่นกัน เขาเองก็เคยกินอยู่ไม่น้อย แขกแล