ยอยู่แล้ว แต่ภายหลังเห็นว่าไป๋จื่อและจ้าวหลานมีชีวิตที่ดี นางก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากอีก บัดนี้เห็นหญิงชราสกุลไป๋และหลิวซื่อพูดเอาหน้า นางพลันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
หลิวซื่อถ่มน้ำลายใส่มารดาของอิงจื่อ “เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย นี่เป็นเรื่องของพวกข้าสกุลไป๋ ไม่เกี่ยวกับเจ้ากระมัง สรุปก็คือ หากอยากรู้สูตรลับของปุ๋ยก็ต้องจ่ายเงินมาก่อน คนละสิบตำลึงเงิน”
จ้าวหลานที่นั่งล้างแตงดินอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน นางผุดลุกขึ้น ต่อว่าหลิวซื่อทันที “หลิวกว้าหัว เจ้าไม่มีเกียรติหรือไร อย่าเพิ่งพูดเรื่องเก็บเงินค่าสูตรลับของปุ๋ยเลย ถึงแม้ต้องเก็บเงินจริงๆ เจ้าจะมาเก็บได้หรือ เจ้าเป็นเจ้าของสูตรหรือไร”
หลิวกว้าหัวยิ้มแห้งๆ “ดูเจ้าสิ ข้ากำลังช่วยเจ้าไม่ใช่หรือ คนมากมายเช่นนี้ เจ้าคนเดียวจะจัดการได้อย่างไร อย่าได้ไม่รู้จักน้ำใจคนหน่อยเลย”
“น้ำใจคน?” ไม่เพียงแต่จ้าวหลานที่หัวเราะ ไป๋จื่อก็หัวเราะเช่นกัน พาให้พวกชาวบ้านที่ล้อมเด็กสาวอยู่หัวเราะขึ้นมาด้วย
ราวกับว่านี่เป็นเรื่องตลกที่สุดที่ทุกคนเคยได้ยินเลยทีเดียว
หญิงชรากล่าวด้วยความโมโห “หัวเราะอะไรกัน พวกเจ้าอย่าได้ลืมนะ ไม่ว่าอย่างไรจ้าวหลานก็ยังคงเป็นภรรยาของเจ้าสาม ลูกชายคนสุดท้องของข้า และไป๋จื่อก็เป็นบุตรสาวของเจ้าสาม ลูกชายของข้าคนนั้น นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจบิดเบือนไปได้ เป็นความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล”
ไป๋จื่อย้อนถาม “แล้วอย่า