กัน ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เติมท้องให้อิ่มได้ทั้งนั้น”
ไป๋จื่อกลับส่ายหน้า “เมื่อก่อนข้าก็คิดเช่นนั้น ทว่าตั้งแต่ได้ยินที่เจ้าพูดกับท่านย่าครั้งก่อน ข้าถึงได้ความรู้ใหม่ ว่าอาหารมีแบ่งแยกคุณภาพสูงต่ำด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวซื่อตะลึงไปเล็กน้อย “ข้ากับท่านแม่พูดอะไร” เมื่อถามออกไปแล้ว นางก็เริ่มรู้สึกเสียดาย ไป๋จื่อผู้นี้ไม่มีทางพูดอะไรดีๆ ออกมาได้ ไม่ควรให้โอกาสเด็กสาวได้มีโอกาสพูดเลย
แต่เวลานี้สายไปแล้ว!
ไป๋จื่อวางมันฝรั่งในมือลง แล้วล้างมือที่เปื้อนดินในแม่น้ำจนสะอาด จากนั้นนางถึงผุดลุกขึ้น ขณะเดียวกันก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองหลิวซื่อด้วยแววตาทอประกาย “เจ้ากับท่านย่าบอกว่า โจ๊กและผักที่บ้านเป็นสิ่งที่ให้คนกิน มีเพียงสิ่งที่พวกเจ้ากินเหลือ หรือสิ่งที่ใกล้จะเสีย ถึงจะเป็นสิ่งที่ให้สัตว์กิน และในสายตาของพวกเจ้า ข้าและท่านแม่ของข้าก็คือสัตว์ ทำงานหนักที่สุด กินอาหารน้อยและย่ำแย่ที่สุด แม้แต่วัวหรือม้ายังดีเสียกว่า ความจริงแล้วในสายตาพวกเจ้า เกรงว่าพวกข้าจะสู้หมูหรือสุนัขไม่ได้กระมัง”
สีหน้าของหลิวซื่อและหญิงชราเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก พวกนางจะคิดถึงได้อย่างไร ว่าไป๋จื่อจะพูดถึงเรื่องในอดีตในตอนนั้นที่นี่
เมื่อรู้สึกถึงสายตาเหยียดหยามจากรอบด้านที่มองมาทางพวกนาง พวกนางถึงจะรู้ตัว ว่านางพูดเรื่องเหล่านั้นในเวลานี้ เป็นการพูดให้คนอื่นได้ยินอย่างไม่ต้องสงสัย ถือโอกาสรับความเห็นใจจากทุกค