่ได้ ถึงอย่างไรหูเฟิงก็อายุมากกว่าข้าอยู่ไม่น้อย”
อายุมากกว่าอยู่ไม่น้อย? ไป๋จื่อหันไปมองหูเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างรถเข็นเพียงลำพัง เขาเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบสามปี เด็กกว่าอายุเมื่อชาติก่อนของนางเล็กน้อย
เมื่อมองตนเองในตอนนี้ ยังเหลือเวลาอีกสองเดือนถึงจะมีอายุเต็มสิบสามปี พูดเช่นนี้แล้ว หูเฟิงก็อายุมากกว่านางจริงๆ…แต่จากความรู้สึกของนางแล้ว ต่อไปหากต้องแต่งงานกับบุรุษคนใด อย่างไรก็ต้องอายุเท่ากับหูเฟิง!
แต่นางไม่อยากเป็นหญ้าอ่อนให้วัวแก่ เช่นนั้นดูผิดศีลธรรมจนเกินไป
หัวหน้าหมู่บ้านถอนใจกล่าว “เดิมทีเรื่องนี้ควรพูดกับแม่ของเจ้าก่อน แต่ในเมื่อตอนนี้เจ้าอยู่ตรงหน้าข้า และข้าก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน จึงจะพูดกับเจ้าก่อนเสียเลย”
เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขาแล้ว ไป๋จื่อก็เกิดความอยากรู้อยากเห็น “เรื่องอะไรกันเจ้าคะ ถึงทำให้ท่านมีท่าทีลับๆ ล่อๆ เช่นนี้”
อีกฝ่ายพูดเสียงเบาอีกครั้ง “คืออย่างนี้ ข้ามีหลายชายคนหนึ่ง อายุสิบหกปี อีกไม่กี่เดือนก็จะอายุสิบเจ็ดปีเต็มแล้ว ถึงวัยที่จะต้องแต่งงานพอดี ช่วงนี้ที่บ้านกำลังวุ่นเพราะเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าจะไปดูตัวมาแล้วกี่บ้าน เขาก็ยังไม่ถูกใจ ข้าว่าเจ้ากับเขาเหมาะสมกันอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นข้าจะลองนัดหมายให้พวกเจ้าพบกันดีหรือไม่”
น่าอึดอัดใจนัก สำหรับไป๋จื่อแล้ว หลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านยังไม่เป็นบุรุษเต็มตัว และยังไม่ถึงวัยดูตัวกระมัง?
ไป๋จื่อหัวเราะแห้งๆ “ท่านลุงหัวห