ไรหายไปหรือขอรับ” จินเสี่ยวอันถาม
เมิ่งหนานโมโหขึ้นมา “ไม่มีอะไร”
…
เมื่อรถม้ากลับถึงหมู่บ้าน ก็เจอกับเฒ่าหลี่ที่กำลังบังคับรถเทียมวัวออกไปข้างหน้า ชายชรากล่าวกับหูเฟิงว่า “หูเฟิง เจ้ารีบกลับไปเร็วหน่อยเถอะ หลายคนเอะอะออกันอยู่ในบ้านของเจ้า”
หัวคิ้วของหูเฟิงขมวดมุ่นเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือขึ้นฟาดแส้ลงบนบั้นท้ายของม้า ทำให้ม้าห้อตะบึงออกไปในทันที ไม่นานก็มาถึงด้านนอกบ้านสกุลหูแล้ว
ในลานบ้านมีคนอยู่ไม่น้อยจริงๆ หูจ่างหลินและจ้าวหลานถูกคนเหล่านี้ล้อมไว้ แต่ละคนพูดจาต่อเนื่องกันไม่ขาดปาก ส่วนหูจ่างหลินและจ้าวหลานทำหน้าเคร่งไม่พูดจา ปล่อยให้ผู้อื่นชี้มือชี้ไม้ไม่หยุด เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ หูจ่างหลินที่แต่ไหนแต่ไรซื่อสัตย์ กลับต้องการร่ำรวยในขณะที่ผู้อื่นลำบากยากเข็ญ เจ้ายังมีศีลธรรมอยู่บ้างหรือไม่”
“นั่นสิ จนป่านนี้แล้ว พวกเจ้ายังตุนเสบียงอาหารในราคาต่ำ แล้วขายให้ผู้อื่นในราคาสูงได้อย่างไร นี่ไม่เท่ากับปล้นกันหรอกหรือ”
“ทุกคนล้วนลำบากกันทั้งนั้น เหตุใดพวกเข้าถึงได้ทำเรื่องขาดศีลธรรมเช่นนี้ พวกข้าไม่ได้จะขอร้องให้พวกเจ้าให้ข้าวพวกข้าเปล่าๆ เพียงแต่ขายให้พวกข้าในราคาตลาดตอนแรก แค่นี้ก็ไม่ยอม พวกเจ้าช่างใจดำนัก หรืออยากจะเห็นพวกข้าอดตายเพราะซื้อข้าวในราคาแพงไม่ได้”
“เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ เหตุใดถึงทำกันได้ลงคอ สบายแล้วไม่เห็นคนลำบากอยู่ในส