สีของบ้านพวกข้า? พวกข้าสกุลสวี่ทำเรื่องบัดสีตั้งแต่เมื่อใด เจ้าพูดมั่วให้น้อยๆ หน่อยเถอะ” สวี่เหล่าซานถลึงตามองไป๋จื่อ
ไป๋จื่อหัวเราะเยาะ “ความบัดสีของสกุลสวี่ ในหมู่บ้านมีใครบ้างไม่รู้ สวี่เหล่าซานแอบนัดแนะกับภรรยาของสวี่เหล่าซื่อลับหลัง ส่วนสวี่เหล่าซื่อเองก็ลอบไปมาหาสู่กับภรรยาของสวี่เหล่าซาน นี่ไม่นับว่าเป็นเรื่องบัดสีหรอกหรือ”
เมื่อสวี่เหล่าซื่อได้ยินดังนั้น เขาก็มีไฟโทสะสุมอยู่ในอกทันที มือหนึ่งคว้าคอเสื้อของพี่สาม “แท้จริงเจ้าแอบเกี้ยวภรรยาของข้าหรือ”
สวี่เหล่าซื่อก็เกิดอารมณ์หึงหวงขึ้นมาเช่นกัน ยกขาขึ้นเตะสวี่เหล่าซื่อครั้งหนึ่ง “เจ้าช่างเก่งเสียจริงๆ แม้แต่ภรรยาของข้าก็กล้าแตะต้องหรือนี่”
สองพี่น้องทะเลาะกันอยู่ในลานบ้าน คนที่มุงดูอยู่จึงเริ่มงุนงง “สกุลสวี่วุ่นวายเช่นนี้ พวกเขาไม่รู้เลยสักนิดได้อย่างไร”
ไป๋จื่อไม่มองทั้งสองถกเถียงกันเลยสักนิด สายตาเย็นชาของนางกวาดมองชาวบ้านคนอื่นทีละคน “พวกเจ้ามาออกันอยู่ที่นี่ ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ บ้านข้าติดหนี้พวกเจ้าหรือไร”
แม้ไป๋จื่อจะยังเด็ก แต่แววตากลับดุดันเป็นอย่างยิ่ง ปกติแล้วนางพูดจาด้วยเสียงอ่อนหวานเสมอ ทว่าบัดนี้เหมือนมีก้อนน้ำแข็งอยู่ในปากก็ไม่ปาน ช่างเย็นชาเป็นอย่างยิ่ง
“จื่อยาโถว แม้พวกข้าจะไม่ได้ติดหนี้เจ้า แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เจ้าเก็บเสบียงอาหารไว้ไม่กระจายออก เท่ากับทำเกินไปหรือไม่เล่า” คำพูดนี้ของตาเฒ่าสกุลจ้าว ทำใ