ห้คนในหมู่บ้านหลายคนโห่ร้องขึ้นมา “ใช่ เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ เหตุใดถึงทำร้ายคนในหมู่บ้านเดียวกันได้ลงคอ ช่างใจร้ายนัก!”
ไป๋จื่อนับว่าได้รู้แล้ว ว่าสิ่งใดคือการกลับดำเป็นขาว
นางเพิ่มเสียงขึ้น สายตาจับจ้องชายชราสกุลจ้าวอย่างเยือกเย็น “ท่านลุงผู้นี้ ท่านว่าพวกข้าเก็บเสบียงไว้ ถือเป็นการทำเกินไปหรือ เช่นนั้นข้าขอถามท่านสักหน่อย ข้าเก็บเสบียงของบ้านใดไว้หรือไร หรือว่าเป็นสกุลจ้าวของท่าน หรือเป็นเสบียงสงเคราะห์ผู้ประสบภัยจากราชสำนักกัน”
คำพูดนี้ของนางทำให้ทุกคน ณ ตรงนี้พูดไม่ออก นางถามอีกว่า “พวกเจ้าบอกว่าข้าทำร้ายคนในหมู่บ้าน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อย เมื่อวานพวกท่านได้ซื้อข้าวหรือไม่ ซื้อมาเท่าไร แล้ววันก่อนได้ซื้อข้าวมาหรือไม่ เป็นราคาเท่าไร ข้าวที่พวกท่านซื้อมาเหล่านี้ พวกท่านกินเอง หรือว่าใช้ทำอย่างอื่น”
สีหน้าของคนในหมู่บ้านดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันที ชายชราสกุลจ้าวกล่าว “ไม่ผิด หลายวันมานี้พวกข้าล้วนซื้อข้าวมา แต่ก็ไม่ได้กินมากมายถึงเพียงนั้นจริงๆ เจ้าก็รู้ว่าทุกบ้านมีลูกหลานมากมาย พวกข้ามีข้าวกิน ก็ใช่ว่าจะไม่สนใจความเป็นความตายของญาติพี่น้องกระมัง ข้าวที่ซื้อมาพวกนั้น ต่างก็ตักแบ่งให้ญาติๆ เหลืออยู่ในบ้านไม่มากเท่าไร ถึงได้อยากมาซื้อกลับไปสักหน่อย หากจะเดินทางไปในเมืองก็ไกลเกินไป พวกข้าย่อมสนใจกิจการของเจ้า ถึงอย่างไรก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน พวกข้าสะดวกสบาย เจ้าก็จะสะดวกสบาย