าวเสียงเรียบ “เจ้ามีมือเหมือนกันไม่ใช่หรือ ไม่มีตะเกียบก็กินได้เช่นกัน”
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างหลังกู้ซีมาตั้งแต่ต้นเอ่ยถามเสียงเบา “ใต้เท้าเมิ่ง ข้ามีตะเกียบเจ้าคะ ท่านต้องการหรือไม่”
เมิ่งหนานตาเป็นประกาย รีบยื่นมือออกไป “ต้องการสิ นำมาเร็ว” บิดาสิ หากช้าไปกว่านี้อีกสักเล็กน้อย อาหารในจานนี้จะต้องหมดเกลี้ยงเป็นแน่ เจ้าคนตะกละสองคนนี้ เหตุใดไม่มีความเห็นใจกันเลย เขาเป็นคนป่วยนะ
เขารับตะเกียบที่สาวใช้ส่งมา แล้วโบกมือให้พวกนางเร็วๆ “พวกเจ้ารีบกลับไปเถอะ ข้ายังมีธุระต้องจัดการ”
ผ้าเช็ดหน้าในมือของกู้ซีแทบจะขาดวิ่น นางกัดฟันกล่าวว่า “พี่เมิ่ง เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ วันหน้าข้าจะมาเยี่ยมท่านอีก”
กู้ซีและสาวใช้เพิ่งจะเดินออกจากประตู เมิ่งหนานก็คีบเนื้อกระต่ายผัดเผ็ดชิ้นหนึ่งใส่ปากอย่างรวดเร็ว เขาชอบกินอาหารรสจัดเป็นทุนเดิม ทว่าอาหารที่เมืองชิงหยวนค่อนข้างเรียบง่าย ทีแรกเขารู้สึกว่าแปลกใหม่ กระนั้นผ่านไปนานวันเข้า เขาก็เริ่มคิดถึงรสชาติเผ็ดร้อนในอาหารบ้านเกิดทุกคืนวัน
เมิ่งหนานกินเนื้อกระต่ายรวดเดียวสามชิ้น ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าหยุดไม่ได้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงรสชาติเผ็ดอย่างชัดเจน เขาคีบเนื้อกระต่าย พลางกล่าวกับองครักษ์จินว่า “จินเสี่ยวอัน เทน้ำ”
จินเสี่ยวอันไม่สนใจเขาโดยสิ้นเชิง สองมือไม่ว่าง ในปากเคี้ยวเนื้อกระต่ายชิ้นหนึ่ง ส่วนมือข้างซ้ายและขวาถือเนื้อกระต่ายไว้ทั้งสิ้น ด้วยกลัวว่าตน